วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

61. หลักการตลาดพุทธพาณิชย์ ที่นักสะสมวัตถุมงคลต้องรู้

บทความที่ 61 เป็นมุมมองเรื่องหลักการตลาดพุทธพาณิชย์ ที่นักสะสมวัตถุมงคลต้องรู้  เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงพฤติกรรมของตลาดวัตถุมงคลในภาพรวม  ซึ่งจะแตกต่างเป็นคนละกลุ่มกับนักสะสมวัตถุมงคลที่ชื่นชอบในศิลปะและศรัทธาด้านพุทธคุณ
1.วงจรชีวิตวัตถุมงคล
               วงจรชีวิตวัตถุมงคล(ผลิตภัณฑ์) หรือ product life cycle วัตถุมงคลในตลาดมีวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลา เคลื่อนไปตามวงจร อันเกิดจากความสามารถในการทำกำไรของวัตถุมงคลประเภทนั้นๆ
               ดังนั้นกลุ่มทุนที่ควบคุมตลาดจึงจำเป็นที่จะต้องบริหารกลุ่มวัตถุมงคลฯเพื่อให้สอดคล้องกับ วงจรชีวิตช่วงต่างๆ ของวัตถุมงคลที่มีอยู่ในตลาดและที่ออกสู่ตลาดใหม่ๆ วัตถุมงคลฯที่ประสบความสำเร็จจะต้องทำเงินให้คุ้มกับต้นทุนในการลงทุนของวัตถุมงคลนั้นๆ และยังต้องมีกำไรเพียงพอต่อการลงทุนวัตถุมงคลใหม่ๆที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะออกมาทดแทนวัตถุมงคลเก่าที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
               ความท้าทายอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไร? จึงจะรักษาส่วนแบ่งตลาดวัตถุมงคลให้ได้มากที่สุด โดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุดภายใต้วงจรชีวิตที่ผันแปรไปของวัตถุมงคลที่แตกต่าง กัน
               วัตถุมงคลมีวงจรชีวิตของตัวเอง วงจรชีวิตดังกล่าวอาจแบ่งได้เป็น 4 ช่วงคือ
               1. ช่วงแนะนำวัตถุมงคล เป็นช่วงที่วัตถุมงคลได้รับการแนะนำสู่ตลาด
               2. ช่วงเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นช่วงที่มีวัตถุมงคลออกมาในตลาดมาก ผู้ซื้อมีความเชื่อมั่นสูงมีความต้องการสูง ผู้ลงทุนจะแข่งขันสู้ราคาก่อให้เกิดราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนการเป็นเจ้าของไปสู่ผู้ครอบครองที่มีทุนทรัพย์ในปริมาณที่มากเพื่อคาดหวังการเก็งกำไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต วงจรชีวิตของวัตถุมงคลในช่วงนี้จะมีของปลอมเก๊ออกมาระบาดมากมาย
               3. ช่วงอิ่มตัว เป็นช่วงที่ปริมาณวัตถุมงคลในตลาดเริ่มอิ่มตัว การซื้อขายเปลี่ยนมือและการปรุงแต่งวัตถุมงคลเริ่มถึงทางตัน และเกิดขึ้นน้อยครั้งลง การอิ่มตัวอาจจะเกิดจากวัตถุมงคลมีมากเกินไปหรือวัตถุมงคลขาดแคลนไม่เพียงพอต่อการหมุนเวียนของตลาด
               4. ช่วงถดถอย เป็นช่วงที่ปริมาณการซื้อขายของวัตถุมงคลในตลาดลดลง ซึ่งอาจเป็นเพราะมีวัตถุมงคลที่เกิดขึ้นใหม่ และมีความน่าสนใจออกมาแย่งลูกค้า หรือเกิดจากวัตถุมงคลมีราคาสูงมากเกินกำลังซื้อของผู้ที่ต้องการครอบครองจากนักสะสมกลุ่มใหญ่ของตลาดอีกทั้งมีของปลอมเก๊ระบาดมากมาย  จึงทำให้ตลาดไม่สนใจวัตถุมงคลนั้นอีกต่อไป
               เป็นที่ชัดเจนว่า วงจรชีวิตของวัตถุมงคลเป็นสิ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาในการวางกลยุทธ์และแผน การตลาดของนักสะสมวัตถุมงคลนั้นๆ แนวคิดดั้งเดิมมีอยู่ว่า วัตถุมงคลทุกประเภทมีวงจรชีวิตที่จำกัด ซึ่งหมายความว่า ในที่สุดวัตถุมงคลตัวนั้นจะต้องถูกแทนที่และหายไปจากตลาด แต่ยังมีแนวคิดอีกแนวคิดหนึ่งซึ่งเชื่อว่า วัตถุมงคลที่สามารถจะอยู่ยั่งยืนและไม่หายไป แต่จะกลายตัวไปเป็นวัตถุมงคลรูปแบบที่ไม่ตกยุคสมัย เช่นพระสมเด็จฯ พระกริ่งปวเรศ ฯลฯ
               จุดสำคัญอยู่ที่ว่า กลุ่มทุนในตลาดต้องการที่จะลงทุนวัตถุมงคลอะไร เพื่อที่จะยืดอายุวงจรของวัตถุมงคลเหล่านั้นไว้ในตลาดให้นานที่สุด
         สรุป  วัตถุมงคล กำไรงามๆในวันนี้ไม่ยอมปล่อยออก  ใครจะบอกได้ว่าวัตถุมงคลที่ตนเองสะสมไว้ ณ วันนี้หรืออดีตที่ผ่านมา  ต่อไปในอนาคต  ตลาดวัตถุมงคลจะมีผู้ซื้อต่อในราคาที่ขายได้เท่าราคาวันนี้ที่คิดว่าขายไม่ได้ราคาที่ถูกใจ

2. แผนภูมิการเติบโต
         จะทำให้เราสามารถแยกแยะวัตถุมงคลหลายๆ ชนิดที่เกิดขึ้นในตลาด โดยนักสะสมจะต้องเข้าใจถึงเรื่องการเติบโตของตลาด และส่วนแบ่งทางการตลาดวัตถุมงคลในตลาดแต่ละชนิด วัตถุมงคลที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงในตลาดที่มีอัตราการเติบโตช้า จะทำรายได้จากการซื้อขายได้มาก เช่น พระสมเด็จฯ พระกริ่งปวเรศ รุ่น 1 ที่มีปริมาณจำกัด(มีของน้อย)  นานๆเกิดการซื้อขายครั้งหนึ่ง  ราคาแพง  ผู้ซื้อต้องการ(อยากมาก)  ผู้ขายสามารถตั้งราคาได้สูง(กำไรมาก)
        
ในทางกลับกัน วัตถุมงคลที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดน้อย นักลงทุนที่สะสมวัตถุมงคลควรที่จะได้รับการพิจารณาอย่างรอบครอบ ควรจะลงทุนหรือไม่ เช่น วัตถุมงคลที่คนสนใจน้อยปริมาณการซื้อขายต่ำ ของมีมาก  นักลงทุนซื้อมาแล้วจะขายให้กับใคร  เพราะการซื้อขายในตลาดแทบจะไม่มีความต้องการ
        
มีความเป็นไปได้น้อยมากที่นักลงทุนวัตถุมงคลจะโชคดีได้ครอบครองวัตถุมงคลที่ตลาดมีผู้ซื้อและผู้ขายที่ต้องการมากแต่สินค้ามีน้อย ที่นักสะสมส่วนใหญ่ในตลาดวัตถุมงคลมีความต้องการสูงมาก และให้ผลกำไรตอบแทนสูงพร้อมๆ กัน
         สรุป ความฝันก็คือความฝัน การซื้อขายเพียงแค่ ไม่กี่ครั้งจะทำให้เป็นเศรษฐีชั่วเวลาข้ามคืนมีสักกี่คน  ที่เป็นข่าวมีแต่ของแพงขายแพงมากกว่าเดิม  แต่ไม่ยักกะพบ  ของถูกหลักสิบหลักร้อยขายได้เลข 8 หลักชั่วเวลาข้ามคืน  หลักการค้าว่าด้วยเรื่องผลกำไรและเป็นสินค้าที่มีรูปร่างหน้าตาอย่างไรที่ตลาดต้องการ  แต่ไม่ได้ว่าด้วยเรื่องวัตถุชิ้นนั้นเป็นของแท้หรือไม่  จึงได้พบเห็นและได้ยินข่าวบ่อยๆ เศรษฐีมีเงินถุงเงินถังมักแขวนห้อยพระของเก๊เรียนแบบ  เซียนใหญ่ ถูกลูกค้าคืนสินค้า  เซียนใหญ่ ถูกลูกค้ากระทืบ
        
3.  แรงกระทบทั้ง 5
               สภาวะแวดล้อมในการลงทุนสะสมวัตถุมงคลในเชิงพุทธพาณิชย์ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาในการวางแผนกลยุทธ์ของนักลงทุน การวางแผนกลยุทธ์จะไม่ประสบความสำเร็จ หากปราศจากการวิเคราะห์ สภาวะแวดล้อม ความรุนแรงของการแข่งขัน และวัตถุมงคลอะไรที่มีความนิยมในตลาด
               การวิเคราะห์แรงกระทบทั้ง 5 จะช่วยให้เข้าใจถึงโครงสร้าง แนวโน้มหลัก และแรงกระทำต่างๆ ที่จะมีผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในธุรกิจพุทธพาณิชย์ ช่วยให้ทราบถึงจุดแข็งและจุดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนรายย่อยและรายใหญ่ เห็นภาพแนวโน้มและภัยคุกคามในวงการนักสะสมวัตถุมงคล และทราบว่าวงการวัตถุมงคลชนิดใดกำลังจะโตขึ้นหรือถดถอยลง
               แรงกระทบทั้ง 5 ที่กล่าวถึงคือ 1. ผู้สร้างวัตถุมงคลเพื่อขาย(ทำบุญ) 2. ผู้ซื้อ(เช่า)วัตถุมงคล 3. ผู้สร้างวัตถุมงคลรายใหม่ 4. วัตถุมงคลอื่นที่จะมาทดแทน และ 5. วัตถุมงคลที่หมุนเวียนในตลาดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
               โดยปกติถ้าแรงกระทบทั้ง 5 มีค่าต่ำ แสดงว่าวัตถุมงคลรุ่นนั้นน่าสนใจลงทุน ในทางกลับกัน ถ้าแรงทั้ง 5 มีค่าสูง แสดงว่าวัตถุมงคลรุ่นนั้นมีการแข่งขันสูง มีความเสี่ยงสูงไม่น่าลงทุน
         สรุป ที่พบเห็น นักลงทุนส่วนใหญ่สะสมวัตถุมงคลแบบมวยวัด  ยังไม่เข้าใจถึงเรื่องแรงกระทบที่เกิดขึ้นในวงจรพุทธพาณิชย์
         
4. วัตถุมงคลที่นักสะสมต้องการ
         
วัตถุมงคลอะไรเป็นที่ต้องการของนักสะสมส่วนใหญ่ของตลาด ความต้องการของนักสะสมวัตถุมงคลมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา นักลงทุนฯที่ดีควรมีการปรับเปลี่ยนซื้อมาขายไป ในวัตถุมงคลที่ตนเองครอบครอง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้วัตถุมงคลที่ตนเองสะสมเกิดการขาดทุน  เมื่อถึงช่วงตลาดถดถอย  ตลาดไม่นิยมจะขายให้ใครก็ไม่มีใครต้องการ  เมื่อพบผู้ต้องการ ขายได้ก็ไม่คุ้มทุนที่ได้ลงทุนจากราคาที่ซื้อมา
        
วัตถุมงคลที่ลงทุนสะสมควรจะตอบสนองต่อประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของผู้ที่จะซื้อต่อ ประกอบด้วย
·       การมองเห็นธาตุวัตถุที่ดีเยี่ยม เช่น มวลสาร
·       ตำราอ้างอิง จากหนังสือ หรือ จากคำบอกเล่าที่เชื่อถือได้
·       มีประวัติที่น่าเชื่อถือ
·       อ้างอิงได้ทางวิทยาศาสตร์และสามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือจากผู้ทรงฌาน
·       สามารถอธิบายข้อดีของการสะสมวัตถุมงคลรุ่นดังกล่าว ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะต้องสามารถก่อให้เกิดรายได้ และต้องเข้าใจเรื่องวัตถุมงคลที่สะสมมีของปลอมเก๊เรียนแบบ
         สรุป นักสะสมวัตถุมงคลส่วนใหญ่สะสมตามความชอบของตนเอง มีแล้วทำเป็นเสียดาย ขายไปกลัวหากลับมาไม่ได้ จะขายทั้งทีคิดมากจนหัวแทบล้าน  ส่วนใหญ่นักสะสมวัตถุมงคลมีหลายสิบชิ้น(องค์)ขึ้นไป
มีปัญญาแขวนห้อยคอได้หมดไหม
               รู้ทั้งรู้ว่าวัตถุมงคลเหล่านี้เป็นสมบัตินอกกายเป็นสมบัติของโลก  ตายไปก็เอาไปไม่ได้สักชิ้น  มักจะทำให้เงินทุนจมเสียหายมากมาย  และชอบเสี่ยงดวงจับของถูกหวังโชคดีได้ของแท้  ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุน คือ ไม่เข้าใจการหมุนรอบของเงินทุน เสียเวลาและพลาดโอกาสในการลงทุนด้านอื่นๆที่อาจมีโอกาสประสบความสำเร็จในอนาคต ไม่รู้จักระบบการสร้างให้เงินทุนเกิดการหมุนเวียน ที่ก่อให้เกิดผลกำไรของเงินในแต่ละรอบ  จากทุนและเวลาที่ตนเองต้องลงทุนไปในธุรกิจหนึ่งๆ การลงทุน คือ การคาดหวังที่ต้องการกำไร  แม้นแต่ห้าง คาร์ฟูร์ ที่ลงทุนในประเทศไทย  เมื่อถึงเวลาอิ่มตัวเติมโตเต็มที่  ฝรั่งยังฉลาดขายกิจการทิ้งเพื่อเอาเงินก้อนใหญ่ไปลงทุนเพื่อสร้างโอกาสที่ดีกว่าเดิม นี้คือ กลยุทธ์ใช้ทุนต่อทุน  ไม่ใช่กลยุทธ์ลงทุนด้วยวิธีลงทุนไม่ยอมถอนทุน
5. กลยุทธ์ราคา
         
ราคาที่ลงทุนวัตถุมงคลไป  เมื่อขายออกจะต้องมีความน่าสนใจของผลกำไร  
         
ราคาวัตถุมงคลฯแพงขึ้น มักเป็นสาเหตุให้ความต้องการซื้อวัตถุมงคลของนักลงทุนลดน้อยลง นักสะสมวัตถุมงคลจะต้องเข้าใจเรื่องการทำกำไรสูงสุดจากการขายได้อย่างไร?
               ผู้ซื้อหรือนักสะสมวัตถุมงคลเกินกว่าร้อยละ 90 ต่างคาดหวังผลกำไรที่ได้ซื้อมาเพื่อขายต่อมีกำไรทั้งสิ้น  มีส่วนน้อยมากที่ไม่ได้คาดหวังทางกำไร  ซื้อมาเพื่อสะสมและต้องการเพื่อคุ้มครองหรือเพื่อบูชา  ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่นักสะสมทุกคนจะขายได้ราคาสูงสุดของตลาด  ผู้เขียนเชื่อว่านักลงทุนด้านวัตถุมงคลซื้อมาขายต่อได้ทุกราคาที่มีกำไร ไม่ว่าจะกำไรมากหรือว่าน้อย  เพราะโอกาสที่จะพบลูกค้าที่มีกำลังซื้อและมีความต้องการสูงมีน้อยมาก  ส่วนใหญ่ที่ซื้อกันในตลาดวัตถุมงคลต่างคาดหวังกำไรกันหมดทั้งสิ้น โชคดีกำไร 100% ก็นับว่ามากแล้ว หรือ ท่านอยากจะเป็นนักลงทุนพุทธพาณิชย์ประเภทรวยข้ามคืน (จะมีสักกี่คนที่โชคดีเหมือนกับถูกหวยรางวัลที่1)
         
6. ช่องทางการจำหน่าย
         
ในเรื่องของช่องทางการจำหน่าย เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งในการลงทุนวัตถุมงคลเชิงพุทธพาณิชย์ มีความเกี่ยวพันกับเรื่องราคาและการทำอย่างไรจึงจะมีผู้ซื้อรู้จักและต้องการซื้อ การเลือกสถานที่หรือช่องทางการจำหน่ายที่เหมาะสม เป็นหนึ่งในหลักการลงทุนที่นักสะสมวัตถุมงคลสามารถเอาชนะคู่แข่งที่ไม่สามารถ บริหารช่องทางการจำหน่ายที่ดีได้
         
ในการที่จะทำความเข้าใจในเรื่องของการเลือกช่องทางจำหน่าย แบ่งเป็น 3 หัวข้อหลักที่เกี่ยวข้องคือ
         
1. การขายและช่องทางการตลาด นักลงทุนวัตถุมงคลจะต้องมีแผนการจำหน่ายซึ่งระบุถึงราคากำไรที่เหมาะสมต่อปริมาณที่ทำการขายออกไปในแต่ละครั้ง
         
2. การปล่อยหรือขายวัตถุมงคล เป็นกระบวนการในการนำวัตถุมงคลที่อยู่ในครอบครองไปสู่ผู้ต้องการซื้อต่อ และยังรวมการไหลของข้อมูลที่จำเป็นในการอ้างอิงถึงวัตถุมงคลที่จะทำการขาย มีที่ไปที่มาอย่างไรในทุกๆด้าน  เช่น ประวัติการครอบครองฯลฯ
         
3. การบริการลูกค้า ด้านของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ ในการส่งมอบวัตถุของแท้เชื่อถือได้ มีการรับประกันวัตถุมงคลที่ขายออกไป
         
7. การส่งเสริมการขาย
         
การส่งเสริมทางการขายคือ การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ หรือกลุ่มเป้าหมายที่อาจจะเป็นผู้ซื้อในอนาคตที่ต้องการวัตถุมงคลที่เป็นของแท้ จะทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ขาย มีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของผู้ซื้อ นำไปสู่การซื้อเพิ่มและแนะนำลูกค้าปากต่อปาก
         
ความคิดริเริ่มวัตถุมงคล เรื่อง ราคา และสถานที่จัดจำหน่าย จำเป็นจะต้องส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อให้สอดคล้องกับจุดหมายเชิงกลยุทธ์ของนักลงทุน จะต้องเข้าใจว่าตนเองเป็นนักสะสมลงทุน ประเภทใด เช่น รายย่อย รายใหญ่ หรือ ผู้ควบคุมตลาด 
         
ปกติราคาสินค้าจะประกอบด้วยราคาขายส่ง  ราคาขายปลีก  ราคาขายเหมาฯ  ซึ่งราคาต้นทุนของแต่ละประเภทของนักลงทุนย่อมไม่เท่ากัน  นักลงทุนที่สะสมวัตถุมงคลส่วนใหญ่ไม่เข้าใจพฤติกรรมของตลาดวัตถุมงคล  เมื่อตนเองลงทุนวัตถุมงคลไปชิ้นหนึ่ง  ต่างคาดหวังต้องการขายราคาขายปลีกที่นักลงทุนสร้างกลไกของตลาดเอาไว้  เมื่อนำไปเพื่อที่จะทำการขายต่างผิดหวังเนื่องจากขายไม่ได้ราคา 
               ผลกำไรของผู้ขายส่ง ผู้ขายปลีกและผู้ควบคุมราคาตลาด ทุกรายต่างทำการซื้อเพื่อหวังกำไรสูงๆ  มักเกิดจากลักษณะที่เรียกว่า ซื้อมาราคาถูกๆ(จับหมู) แล้วขายต่อเพื่อทำกำไร  หากผู้ขายมือสุดท้ายซื้อไปเพื่อขายต่อ  เกิดซื้อไปแล้วขายไม่ได้เนื่องจากราคาสูงผ่านไปสักหลายๆ ปี(พบเห็นได้จากสินค้าในเว็บฯของรายใหญ่)  ทุนที่ลงทุนไปย่อมเกิดความเสียหายทุนจม  อย่าไปคิดว่านักลงทุนรายใหญ่จะมีเงินสดๆในบัญชีมากมายเพื่อรอซื้อวัตถุมงคลจากนักลงทุนรายย่อย  วัตถุมงคลที่รายย่อยนำไปเพื่อคาดหวังจะจำหน่ายกับร้านฯดังกล่าว  คุณเคยคิดบ้างไหมในร้านฯนั้นมีวัตถุมงคลเหมือนกับที่ท่านนำไปขายมีอยู่กี่ชิ้น(องค์)ที่รอการขายมานานแล้วที่ยังไม่พบผู้ซื้อ ของเก่ายังขายไม่ได้ ใครที่ไหนจะซื้อเข้ามาเก็บเพื่อให้ทุนจมเพิ่มมากขึ้น
               เมื่อคิดจะเป็นนักลงทุนพุทธพาณิชย์ จำเป็นจะต้องสร้างช่องทางจำหน่ายเพื่อส่งเสริมการของของตนเองประกองด้วย 3 ช่องทาง คือ การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ และการส่งเสริมในการขาย
         
8. การวิเคราะห์งบกระแสเงินสด
         
กระแสเงินสดมีความสำคัญต่อการลงทุนในเชิงธุรกิจพุทธพาณิชย์เป็นอย่างยิ่ง หลายคนคงสงสัยว่า เพราะเหตุใดธุรกิจมีกำไรแต่ไม่มีสภาพคล่องเลย เป็นเพราะกำไรเป็นเพียงตัวเลขทางบัญชี แต่ในความเป็นจริง นักลงทุนสะสมวัตถุมงคลต้องใช้เงินสดในการชำระค่าสินค้า(วัตถุมงคลที่อยู่ในครอบครองทั้งหมด)แม้กระทั่งเงินเดือนพนักงาน(เดินสายหาพระเข้าร้าน) ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าร้านฯ(แผง) ค่าใช้จ่ายประจำเดือน
         
การวิเคราะห์งบกระแสเงินสด ทำให้ทราบถึงการได้มาและใช้ไปของเงินสด และยังช่วยอธิบายให้เห็นภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับธุรกิจ โดยจะมีการนำปัจจัยที่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด อาทิเช่น ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้จ่ายออกไปในรูปของเงินสดจริง ค่าเสื่อมราคาที่ซื้อมาได้ของปลอมเก๊
         
ปัจจัยสำคัญที่ใช้วัดความเข้มแข็งทางการเงิน ได้แก่ ยอดขาย ความสามารถในการทำกำไร และกระแสเงินสด
         
ซึ่งตัวกระแสเงินสดนี้จะส่งผลทันทีต่อกิจการ เมื่อกิจการเริ่มมีปัญหาทางการเงิน ในฐานะเจ้าของกิจการ หากพบว่าเริ่มมีการฝืดเคืองของกระแสเงินสด อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าธุรกิจกำลังมีปัญหา

9. การลดต้นทุน
         
การลดต้นทุนยังคงเป็นสิ่งสำคัญของทุกองค์กร นักธุรกิจจำนวนมากมักกล่าวว่า
ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจคือการทำให้ต้นทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง
               นักสะสมวัตถุมงคลที่ชาญฉลาดจะต้องปล่อยของที่ลงทุนสะสมออกมาบ้าง  เพื่อลดต้นทุน  หากต้นทุนเป็นศูนย์  นั่นย่อมเป็นสิ่งที่นักสะสมวัตถุมงคลสามารถจะควบคุมได้ ในขณะที่การลดต้นทุนมีผลกำไรกลับมามีกำไรอีกครั้ง ทำได้โดยการนำเอาวัตถุมงคลที่มีสะสมอยู่แล้วขายออกให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด และการลดต้นทุนก็เป็นรากฐานที่สำคัญของทุกธุรกิจ

นักลงทุนวัตถุมงคลที่ขาดศีลธรรม
            ผู้เขียนได้พบเห็นเซียนใหญ่ของเมืองไทยหลายต่อหลายคน  ทำธุรกิจในลักษณะจับหมู  หาคนที่จะซื้อของแพงแล้วขายแพงนั้นยาก  มีแต่จับหมูเพื่อขายของแพงทั้งสิ้น
               ที่ร้ายสุดๆ ไม่มีเงินซื้อของแท้กลับไปตีวัตถุมงคลของบุคคลอื่นว่าเป็นของไม่เหมือน ไม่ใช่ ไม่แท้  ทั้งๆที่จริงแล้วเป็นของแท้  ซึ่งสาเหตุใหญ่เกิดจากเซียนเหล่านั้นมีสินค้าอยู่ในร้านฯของตนเองยังขายไม่ออก  และบางครั้งเซียนฯท่านนั้นก็ไม่มีเงินที่สามารถจะซื้อต่อจากลูกค้าท่านอื่นได้
               ที่แย่สุดๆ คือ เซียนใหญ่ที่ทำตัวไม่เหมาะสมกับภาพลักษณะของคนในสังคมที่ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ  เป็นศิษย์ใกล้ชิดพระเกจิฯดังในอดีตทางภาคตะวันออก  กลับสร้างความเสื่อมเสียให้กับครูบาอาจารย์  ตีวัตถุมงคลอาจารย์ของตนเองเป็นของเก๊ปลอมเรียนแบบ  สร้างเรื่องราวเท็จขึ้นมาให้น่าเชื่อถือ สาเหตุเนื่องมาจากกลุ่มของตนเองได้สร้างของเก๊ปลอมทดแทนของจริงที่ครูบาอาจารย์ของตนเองได้อธิฐานจิตเอาไว้  หากยอมรับว่าใช่ของจริง สิ่งที่ตนเองทำของเก๊ปลอมไว้หลอกขายให้กับลูกค้าที่เชื่อมั่นในพุทธคุณ ของครูบาอาจารย์ฯตนเอง  (ที่หลงเชื่อ)จะเกิดปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือ  จึงเลือกทางผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก  น่าเศร้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ

วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

60. ความเชื่อเรื่องพุทธคุณ

ความเชื่อเรื่องพุทธคุณ

ความเชื่อเรื่องพุทธคุณในดินแดนสุวรรณภูมิ โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

         ชนชาติไทย สืบทอดความเชื่อ ความศรัทธา และนับถือลัทธิพราหมณ์ มาช้านาน ก่อนจะถึงยุครุ่งเรืองของ พระพุทธศาสนา ชนชาติไทยโบราณได้รับอิทธิพลนี้จากอินเดีย ผสมร่วมกับความเชื่อของชนหลายเผ่าในท้องถิ่นเดิม สืบทอด อิทธิวิธี พิธีกรรม เลขยันต์ ต่างๆ เข้าเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตน เป็นกึ่งลัทธิพุทธศาสนา อันเกี่ยวกับการใช้คาถาอาคม ก่อเกิดพิธีกรรมทางไสยศาสตร์
         พุทธศาสนา จัดแบ่งความเชื่อในปาฏิหาริย์ ไว้ 2 อย่างคือ

               1. คำสอนที่เป็นความจริง สอนให้เห็นจริง นำไปปฏิบัติได้ผลจริง เป็นอัศจรรย์

               2. อิทธิปาฏิหาริย์ หรือ ฤทธิ์อันเป็นอัศจรรย์

               ผู้เขียนขอกล่าวถึงความเชื่อเรื่องที่ 2  เกี่ยวกับการใช้พุทธคุณเรื่อง อิทธิปาฏิหาริย์ ที่เกิดขึ้นในสังคมโลกยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) เป็นอิทธิปาฏิหาริย์ในรูปของ คำสวดมนต์ คาถา หัวใจพระคาถา หลายแบบหลายวิธี ก่อให้เกิดวัตถุมงคลภายนอกกาย เช่น รูปสมมุติ พระกริ่ง เหรียญ เครื่องราง ของขลัง ยันต์ ตะกรุด ฯลฯ ที่พระสงฆ์ผู้ทรงฌาน ได้กำหนดจิต ทำพิธีปลุกเสก แล้ว เชื่อว่ามี ฤทธิ์อันเกิดจากจิต มีคุณในด้านต่าง ๆ เช่น
               แคล้วคลาด: เป็นวิชาที่เหนือกว่าวิชาคงกระพันและวิชาชาตรี  แม้มีคนมุ่งร้ายหมาย  จะทำอันตรายก็มิอาจจะทำอันตรายได้ เป็นแคล้วคลาดทุกครั้งไป คือไม่เจอ  ไม่โดน และไม่เจ็บ ถึงแม้จะสู้กันซึ่งหน้า ไม่ว่าจะเป็นยิงหรือฟันจะหลบเลี่ยงหลุดรอดได้ทุกครั้ง  โดยฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถทำอันตรายได้ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
               คงกระพัน : หนังเหนียวไม่แตกง่าย มีดแทงไม่เข้า หรือมีบาดแผลน้อย ทนทานต่อศัสตราวุธ แต่ยังมีความเจ็บปวดเกิดขึ้น
               ชาตรี :  ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บเลย ทำให้ของหนักต่างๆ ที่จะมากระทบตัวจะเบาไปหมด 
               มหาอุด :  ใช้กันปืน เมื่อครั้งมีเหตุให้โดยปืนยิง  ที่จะยิงจะยิงไม่ออก  หรือในบางครั้งอาจจะทำให้ปืนแตกคามือของผู้ยิง  หากยิงออกก็ไม่โดน หากโดนก็ไม่เข้า 
               มหาระงับ : นะจังงัง ยิง ฟัน แทงไม่เข้า
               มหาอำนาจ : เมื่อจะไปในสถานที่ใด คนเกรงขาม มีตบะเดชะมาก เป็น มีอำนาจดังราชสีห์ เดินป่าป้องกันสัตว์ร้าย 
               เมตตามหานิยม: ทำให้คนรอบข้าง มีความรัก ความปรารถนาดี มีไมตรีจิต คิดช่วยเหลือ  (จะประกอบด้วย เมตตามหานิยมทั่วๆไป, เมตตามหานิยมขั้นสูงระดับต้น, เมตตามหานิยมขั้นสูงระดับสูง-ระดับต่างๆเกิดจาก ฌานตบะของผู้อธิฐานปลุกเสกอยู่ในขั้นใด)
               มหาเสน่ห์  เป็นที่รักของ 3 โลก : ไปไหนนำติดตัวไปด้วยทำให้มีเสน่ห์คนรักใคร่ ที่รักชอบแก่คนทั้งหลาย ใครไม่รู้จักก็มารู้จัก รักชอบเป็นมิตรสหาย ประกอบด้วย 1. พรหม เทวดา       2.มนุษย์     3.นรก (จะประกอบด้วย เสน่ห์แบบทั่วๆไป, มหาเสน่ห์ขั้นสูงระดับต้น, มหาเสน่ห์ขั้นสูงระดับสูงและสูงสุดคือมหาเสน่ห์ เป็นที่รักของ 3 โลก -ระดับต่างๆเกิดจาก ฌานตบะของผู้อธิฐานปลุกเสกอยู่ในขั้นใด)
               ช่วยการวิปัสสนา  กรรมฐาน : ส่งเสริมให้จิตใจผู้ครอบครองเป็นสมาธิได้ง่าย แสดงถึงบารมีขององค์พระพุทธ เจริญพระกรรมฐานสมาธิและโน้มเอียงไปทางศาสนา
               โชคลาภ : บันดาลโชคลาภ เจริญด้วยลาภยศสรรเสริญ
               โภคทรัพย์ : รักษาทรัพย์สมบัติผู้ครอบครองให้เยือกเย็นทรงตัว ร่ำรวยยิ่งๆ ขึ้นไป ทำให้เงินพอกพูนเพิ่มขึ้น
               ช่วยหนุนดวง : ป้องกันอุปัทอันตรายทั้งปวง  กันเสนียด จังไร  เกื้อหนุนดวงที่ตกต่ำให้โดดเด่นขึ้นมาได้ถึงแม้นดวงตกหนักทำให้ดวงตกน้อยลง  และหากดวงตกน้อยช่วยให้ดวงไม่ตกทรงตัว หากดวงดีหนุนให้ดียิ่งๆขึ้น เช่น ทำอะไรมักโชคดีเข้าข้าง ได้รับโอกาสดีๆ เข้าข้างผู้ครอบครองอยู่เสมอๆ ยังช่วยหนุนให้ มีชื่อเสียง เป็นเจ้าคน นายคน มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองผู้บูชาและดูแลรักษาวัตถุมงคลที่ครอบครอง (สิ่งที่เกิดไม่เกินกว่าบุญในอดีตที่เคยสร้างไว้)
               ดูดทรัพย์ : เรียกเงินเรียกทอง ค้าขายให้มีกำไรดี ร่ำรวยเงินทอง
               แก้วสารพัดนึก : อธิษฐานตามใจปรารถนา (ขอได้ไม่เกินกว่าบุญในอดีตที่เคยสร้างไว้)
               กันและแก้ไขสารพัดโรคภัย : ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ กันโรคระบาด กันภูตผีรบกวน ทำน้ำมนต์คลอดบุตรง่าย กันคุณไสยลมเพลมพัด บ้านหรือที่ใดร้ายอยู่ยาก ให้อธิษฐานน้ำมนต์ฝังดินแก้ไขกลับร้ายเป็นดี มีภูมิคุ้มกันโรค ในวัตถุมงคลถือว่าเป็นอำนาจปกป้องคุ้มครอง รักษา ข่มอาถรรพ์คุณไสยและทางมหาอำนาจ มีอำนาจในทางบำบัดสุขภาพสมบูรณ์ มีความสุขทั้งทางกายและทางใจ มีอำนาจสร้างความสมดุลของสภาพร่างกาย(ปรับร่างกาย ขัน 5)  ส่งผลทางป้องกันรักษา โดยเฉพาะการรักษาโรค และล้างคุณไสย อาถรรพ์ มนต์ดำ ยาสั่ง ป้องกันขับไล่สิ่งชั่วร้าย ถอนแก้กระทำย่ำยีต่างๆ คุณไสยทุกอย่าง กันคุณผี คุณคน
               ทำน้ำพุทธมนต์ : รักษา สิ่งอัปมงคล คุณไสยอวิชา คุณผี คุณคน รักษาโรคภัยไข้เจ็บ โรคระบาด โรคเวร โรคกรรม สะเดาะเคราะห์-หนุนดวง รักษาการสัมผัสโดนสารของนิวเคลียร์ อาวุธเคมี รักษาแก้พิษ(การรักษาโรคเวร โรคกรรมได้จากหนักเป็นเบา จากเบาให้บรรเทาหาย แต่ทั้งหมดอยู่ที่บุญกรรมเก่าของผู้ครอบครองเป็นสำคัญ)
               กันไฟและขโมย : กันฟ้าผ่า กันไฟ กันควัน กันโจรภัย และคุ้มกันสารพัดภัย
               ป้องกันนิวเคลียร์  อาวุธเคมี : ป้องกันอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธเคมีต่างๆ จากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นแคล้วคลาด

              
การนำวัตถุมงคลภายนอกกายไปใช้ เช่น รูปสมมุติ พระกริ่ง เหรียญ เครื่องราง ของขลัง ยันต์ ตะกรุด ฯลฯ จะเกิดผลตาม ปรารถนาหรือไม่  อยู่ที่ตัวผู้ใช้ อันประกอบด้วย
·       ความเชื่อมั่นในวัตถุภายนอกกายที่ครอบครอง  ถือเป็นหัวใจสูงสุด
·       ความสามารถในการต่อจิตสัมพันธ์กับพลังในวัตถุนั้นๆ ผู้ครอบครอบจำเป็นต้องเข้าใจเรื่องการสื่อสาร อันประกอบด้วยผู้ส่งสาร(ผู้ครอบครอง)และผู้รับสาร (วัตถุมงคล) 
                       ขยายรายละเอียด เช่น เจ้าของมีโปรแกรมกำจัดไวรัสคอมพิวเตอร์(ผู้รับสาร) ไม่เคยส่งสาร(เปิดโปรแกรมให้โปรแกรมสแกนไวรัสทำงานเปรียบเสมือนกับการส่งสาร)  วัตถุมงคลก็เช่นกัน  ผู้ครอบครองมี แต่ไม่เข้าใจเรื่องการส่งสาร  วัตถุมงคลนั้นช่วยได้แต่ไม่เต็มขีดความสามารถ 
               ผลจากวัตถุมงคลที่ได้กำหนดจิต ทำพิธีปลุกเสก แล้ว เชื่อว่ามี ฤทธิ์อันเกิดจากจิต มีพุทธคุณในด้านต่างๆ ย่อมขึ้นอยู่กับผู้ใช้ คุณวิเศษจะเกิดขึ้นได้อยู่ที่ จิตที่สำรวมเป็นสมาธิ
               ความเชื่อเรื่อง กรรม เป็นผลจากการกระทำ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ยังคงที่พิสูจน์ได้อยู่เสมอ ความเป็นมงคลที่ดี ย่อมขึ้นอยู่กับ ความเป็นผู้มี จิตใจดีงาม มีสติอยู่เสมอ และไม่ประมาท สิ่งนี้เป็น สัจจะธรรม แห่ง พุทธคุณบริสุทธิ์ ยอดแห่งปาฏิหาริย์อันอัศจรรย์แท้ อันเป็นความเชื่อในทุกยุคทุกสมัยในดินแดนสุวรรณภูมิ

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

59. พระกริ่งปวเรศ พ.ศ.2434 วาระ 2

พระกริ่งปวเรศ  พ.ศ.2434 วาระ 2 พิมพ์จีวรลายดอก


พระกริ่งปวเรศ 2 องค์นี้เป็นของเพื่อนสมาชิกทางจังหวัดเชียงใหม่ส่งรูปมาให้ชื่นชม  พระกริ่งจีวรลายดอกทั้ง 2 องค์สร้างในปี พ.ศ.2434 วาระที่ 2 เม็ดกริ่งจะไม่กลมเหมือนกับพระกริ่งปวเรศ รุ่น สมบูรณ์พูนสุข  เม็ดกริ่งพิมพ์นี้เป็นเหล็กไหลเช่นกัน  จะมีขนาดเม็ดใหญ่กว่าเสียงจะดังกังวานกว่ารุ่นสมบูรณ์พูนสุข 


 
พระกริ่งปวเรศ รุ่น 1 พิมพ์จีวรลายดอก(ลายจุด)นี้เป็นพระกริ่งที่ทำแม่พิมพ์ขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2434   พระกริ่งชุดนี้เป็นพระกริ่งที่สร้างโดยเงินส่วนพระองค์ของรัชกาลที่มวลสารของเนื้อโลหะธาตุที่นิยมสร้างในอดีตก่อน พ.ศ.2434 ที่พบในเวลานี้มีดังนี้
เนื้อนวโลหะหรือเนื้อสัมฤทธิ์ มี 3 ชนิด

เนื้อสัมฤทธิ์ ชนิดที่ 1 เนื้อสัมฤทธิ์เดช โลหะธาตุที่นำมาผสมมีวรรณะสีแดงแก่-อ่อน ลักษณะสีคล้ายสีนาค อายุผ่านมานับร้อยปีวรรณะสีผิวภายนอกเปลี่ยนเป็นสีดำ เทา อมน้ำตาล  

เนื้อสัมฤทธิ์ ชนิดที่ 2 เนื้อสัมฤทธิ์ศักดิ์ โลหะธาตุที่นำมาผสมมีวรรณะสีผิวออกสีขาวหรือขาวจัด ลักษณะสีคล้ายสีเนื้อเงินโบราณ อายุผ่านมานับร้อยปีวรรณะสีผิวภายนอกกลับดำ

 เนื้อสัมฤทธิ์ ชนิดที่ 3 เนื้อสัมฤทธิ์โชค โลหะธาตุที่นำมาผสมมีวรรณะสีผิวออกสีเหลือง สีคล้ายดอกจำปาแก่-อ่อน อายุผ่านมานับร้อยปีวรรณะสีผิวภายนอกกลับดำ อมน้ำตาล

พระกริ่งพิมพ์จีวรลายดอก พระกริ่งที่สร้างส่วนใหญ่ที่พบเป็นเนื้อสัมฤทธิ์เดช โลหะธาตุที่นำมาผสมมีวรรณะสีแดงแก่-อ่อน ลักษณะสีคล้ายสีนาค ส่วนเนื้อสัมฤทธิ์ศักดิ์ โลหะธาตุที่นำมาผสมมีวรรณะสีผิวออกสีขาวหรือขาวจัด ลักษณะสีคล้ายสีเนื้อเงินโบราณพบเห็นได้ยากยิ่ง
 องค์ซ้ายมือ เนื้อสัมฤทธิ์(นวโลหะ) เดช เนื้อในสีนาค  หน้าผากหมุดทองคำ
องค์ขวามือ เนื้อสัมฤทธิ์ศักดิ์ โลหะธาตุที่นำมาผสมมีวรรณะสีผิวออกสีขาวหรือขาวจัด ลักษณะสีคล้ายสีเนื้อเงินโบราณ  ก้นปิดด้วยแผ่นเงินต่างกับพระกริ่งปวเรศทั่วๆไปที่ปิดด้วยแผ่นทองแดง และหมุดรอบองค์พระกริ่งพิมพ์จีวรลายดอกรวมทั้งสายสร้อยเป็นหมุดเงิน