วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

83. ทดสอบพุทธคุณพระเครื่อง เมื่อ พ.ศ.2497

มีคนอีกมากที่ยังไม่สามารถสัมผัสพุทธคุณ...ขององค์พระเครื่องต่างๆที่ผ่านพิธี...ที่มีพุทธคุณรอบด้าน เช่น คงกระพันชาตรี เป็นต้น  ผู้เขียนได้พบวีดีโอเก่า เมื่อปี พ.ศ.2497  จึงนำมาให้ชมกัน  เพื่อจะได้เป็นกำลังใจในการทำความดีต่อไปในภายหน้า...อีกทั้งยังเป็นข้อพิสูจน์ได้อีกว่าเรื่องพุทธคุณที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้เป็นเรื่องต่างๆไม่ใช่เรื่องเหลวไหล

- วีดีโอ ทดสอบพุทธคุณพระเครื่องของจริง..ที่จ.นครศรีธรรมราช ปี 2497
- โดยท่าน อจ.ชุม ไชยคีรี ลองกันกับคนจริงๆ..เสียวไส้ ครับ

ลิงก์...วีดีโอทดสอบพุทธคุณพระเครื่อง---คนมาชมนับพัน 

82. พระไชยวัฒน์ทองคำองค์เล็ก รัชกาลที่ 5

ราชกิจจานุเบกษา  เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ.2427 พัฒนาต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน
พระไชยวัฒน์ทองคำองค์เล็ก รัชกาลที่ 5 ราชกิจจานุเบกษากรุงเทพมหานครในพระบรมหาราชวัง


1. ราชกิจจานุเบกษ เล่ม 4 หน้า 181 - 183 (รศ.106, พ.ศ.2430)
ข่าวพระราชทาน พระไชยวัฒน์ทองคำ (กะไหล่ทอง)
- วันจันทร์ เดือนสิบ แรมสามค่ำ ปีกุน
- ในการฉลองพระพุทธรูปประจำพระชนพรรษา(ร.5) ในพระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร
- พระราชทานพระไชยวัฒนทองคำ(กะไหล่ทอง)องค์เล็ก และตลับทองคำ เป็นรูปตราปทุมลงยาราชาวดี สำหรับใส่พระและมีสร้อยทองคำ
พระราชทานแก่ 
1. พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงษ 1 ชุด
2. พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร 1 ชุด
3. พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์ 1 ชุด
เมื่อก่อนจะพระราชทาน พระไชยวัฒน์นั้นโปรดเกล้า พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ผู้ที่จะได้รับพระราชทาน พระไชยวัฒน์เป็นความ 3 ข้อ ทรงมีพระดำริห์ว่าผู้ที่จะได้รับพระราชทานนี้ 
- เป็นผู้ที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง
- เป็นผู้มีความรักใคร่ต่อบ้านเมืองและวงตระกูลของตน
- เป็นผู้มีความกตัญญูซื่อสัจจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.5)
"แล้วจะมีความเจริญศิริสวัสดี  เป็นผลสำเร็จซึ่งสุขประโยชน์ทุกเมื่อ"

เรื่องเดิมของพระไชยวัฒน์ทองคำ(กะไหล่ทอง)องค์เล็กนี้ เดิมจะทรงพระกรุณาโปรดให้พระเจ้าลูกเธอ 4 พระองค์ที่จะเสด็จไปเรียนวิชาในเมืองอังกฤษ  จึงโปรดเกล้าจะพระราชทานสิ่งสำคัญอันใดอันหนึ่งให้ทรงไลว้เป็นเครื่องรฤกบูชาในเวลาที่ต้องเสด็จไปจากประเทศสยามช้านาน  ครั้นจะโปรดเกล้า
- พระราชทานพระพุทธรูปฤาสิ่งใดที่มีอยู่แล้ว ในหอหลวงก็เป็นของโตใหญ่เป็นการลำบากที่นำไปนำมาทุกสิ่งทุกอย่าง
- จึงทรงพระราชดำริห์ที่จะทรงหล่อพระพุทธรูป ที่เรียกว่าพระไชยวัฒน์ ขนาดเทียบเท่ากับทองคำหนัก 1 เฟื่อง
- ตั้งพระราชพิธีสวดมนต์ ณ วันเสาร์ เดือนแปด ขึ้นเก้าค่ำ ปีระกา (รศ104, พ.ศ.2428) สวดครบ 3 วันแล้ว
- ณ อังคาร เดือนแปด  ขึ้นสิบสองค่ำ ปีระกา (รศ104, พ.ศ.2428)  เป็นวันเททองหล่อในครั้งนี้ จำนวน 50 องค์(สร้างครั้งที่ 2 ในสมัยรัชกาลที่ 5)
- โปรดเกล้าให้สร้างตลับทองคำทรง(ใ่ส่)พระชัยนี้ ด้วยทองคำลงยา  ตลับนั้นทำรูปและลวดลายคล้ายกับดวงตารูปประทุมอุณาโลม ประจำแ่ผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุาโลก  แต่ตลับนี้ที่ตรงกลางเป็นแก้วเปล่าไม่มีอุณาโลม  และมีสร้อยสรวมคอด้วย
- เมื่อทรงหล่อพระพุทธรูปไชยวัฒน์ 50 องค์ นี้  แล้วได้มีการสวดงนต์ฉลองพระไชยวัฒน์นี้ในวันจันทร์ เดือนแปด  แรมสามค่ำ  ปีระกา (รศ104, พ.ศ.2428) 
- วันอังคาร เดือนแปด แรมสี่ค่ำ ปีระกา (รศ104, พ.ศ.2428)  เป็นวันที่พระเจ้าลูกเธอ ทั้ง 4 พระองค์จะเสร็จออกไปประเทศยุโรป  จึงทรงพระกรุณาโปรดกล้า

พระราชทานแก่ 
4. พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลํกษณ์ 1 ชุด
5. พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ 1 ชุด
6. พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม 1 ชุด
7. พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช 1 ชุด

เป็นครั้งแรกที่ได้ โปรดเกล้าพระราชทานพระไชยวัฒน์จากจำนวนการสร้าง 50 องค์นี้

ต่อมาวันพฤหัสบดี  เดือนแปด  แรมสิบสามค่ำ ปีระกา (รศ104, พ.ศ.2428) โปรดเกล้าให้ส่งพระไชยวัฒน์ออกไปกรุงลอนดอน
พระราชทานแด่
8. พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ์ 1 ชุด
9. พระเจ้าน้องยาเธอ องค์เจ้าโสณบัณฑิตย์ 1 ชุด
วันศุกร์ เดือนแปดอุตราสาตร ขึ้นหกค่ำ ปีระกา (รศ104, พ.ศ.2428)  
พระราชทานแด่
10. พระองค์เจ้าสายสินิทธวงธ 1 ชุด
วันศุกร์ เดือนสิบ ขึ้นสามค่ำ ปีระกา (รศ104, พ.ศ.2428) 
พระราชทานแด่
11. สมเด็จพระเจ้าบรมวงเธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมสมเด็จพระบำราชปรปักษ 1 ชุด 
12. พระเจ้าราชวรวงเธอกรมขุนเจริญผลภูลสวัสดิ 1 ชุด
13. สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงษกรมพระภาณุพันธุวงษวรเดช 1 ชุด
14. พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นอดิศรอุดมเดช 1 ชุด
15. พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นศิริธัชสังกาศ 1 ชุด
16. พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นสรรพสิทธิประสงค์ 1 ชุด
17. พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษวโรประการ 1 ชุด
18. พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นสมมตอมรพันธุ 1 ชุด

วันศุกร์ เดือนสิบ ขึ้นสิบค่ำ ปีระกา (รศ104, พ.ศ.2428) 
พระราชทานแด่
19. พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นประจักษศิลปาคม 1 ชุด
20. พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นดำรงราชานุภาพ 1 ชุด

วันศุกร์ เดือนสิบเอ็ด ขึ้นสิบห้าค่ำ ปีระกา (รศ104, พ.ศ.2428) 
พระราชทานแด่
21. พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร 1 ชุด
22. พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ 1 ชุด

วันเสาร์ เดือนยี่ แรมสี่ค่ำ ปีรกาสัปตศก 
พระราชทานแด่
23. สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ เมื่อวันรับกรม 1 ชุด
วันพุร เดือนสี่ ขึ้นหกค่ำ ปีรกาสัปตศก 
พระราชทานแด่
24. พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนนริศรานุวัติวงษ์ 1 ชุด
***ส่วนพระองค์เจ้า สวัสดิโสภณ์ ซึ่งอยู่ที่ประเทศยุโรปไม่ได้โปรดเกล้าพระราชทานออกไปเพราะ... เมื่อพระองค์เจ้า สวัสดิโสภณ์ จะเสด็จออกไปยุโรป  โปรดเกล้าให้หล่อพระพุทธรูปทองคำ(กะไหล่ทอง)องค์เล็ก  มีอาการอย่างนี้เหมือนกันแต่โตกว่า พระไชยวัฒน์ที่สร้างจำนวน 50 องค์หน่อยนึ่งได้หล่อในครั้งนั้นจำนวน 4 องค์ (สร้างครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5)

พระราชทานแก่ 
1. พระองค์เจ้า สวัสดิโสภณ์ 1 ชุด

--- "บันดาผู้ที่ได้รับ  พระราชทานพระไชยวัฒน์ไปแล้วนี้  ถ้าไม่มีตัวลงแล้ว  ถ้ามีบุตรที่สมควรจะรักษาได้ก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า  พระราชทานให้เป็นที่รฤภสืบไป  แต่ต้องนำกลับมาให้ทูนเกล้า  ถวายให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานบรมราโชวาท และพระราชทานต่อพระหัถด้วย"

2. ราชกิจจานุเบกษ เล่ม 8 หน้า 235 (รศ.110, พ.ศ.2434)
ข่าวพระราชทาน พระไชยวัฒน์ทองคำ (กะไหล่ทอง) องค์เล็ก
- วันที่ 24 กันยายน ปีเถาะ  รัตนโกสินทร์ศก 110
- ร.5 เสด็จออกที่ศัลลักษณสฐาน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานพระไชยวัฒน์ ทองคำ (กะไหล่ทอง) องค์เล็กและตลับทองคำเป็นรูปตราประทุมลงยาราชาวดีและมีสร้อยทองคำ
25. แด่พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงษ์ 1 ชุด
26. พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าไชยันตมงคล 1 ชุด

3. ราชกิจจานุเบกษ เล่ม 9 แผ่นที่ 26 วันที่ 25 กันยายน หน้า 199 - 201 (รศ.111, พ.ศ.2435)
การพระราชพิธีศรีสัจปานกาล  พระราชทาน พระไชยวัฒน์ องค์เล็ก  และเครื่องราชอิศริยาภรณ์  และตั้งองคมนตรี
- ในการพระราชพิธีศรีสัจปานกาล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระไชยวัฒน์องค์เล็ก และเครื่องราชอิศริยาภรณ์ มหาจักรกรีบรมราชวงษ์

- วันที่ 18 กันยายน  รัตนโกสินทร์ศก 111(พ.ศ.2435) ได้จัดพระแท่นมณฑล ในพระอโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  ตั้งพระขันหยก  และพระเต้าต่างๆ และพาดพระแสงต่างๆ เชิญพระไชยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 5  ขึ้นสถิตย์และตั้งหม้อน้ำพระพุทธมนต์ตามธรรมเนียม  นิมนต์พระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย 38 องค์  พราหมณ์อ่านดุษดีสังเวย  สรรเสริญพระมหามณีรัตนปฏิมากร
- วันที่ 19 กันยายน พระสงฆ์สวดมนต์ 18 รูป
- หลวงราชมุนีปลัด กรมพราหมณ์พิธี เชิญพระแสง ศร พรหม มาศ ประลัยวาต อัคนีวาต อ่านโองการแล้วเชิญลงชุบในพระขันหยกและอ่างแช่งน้ำตามแบบพรหมณ์
- ขุนวิจิตร ราชสาสนกรมพระอาลักษณ์ ประกาศแช่งน้ำ
27. ทรงสรวมสร้างมีพระไชยวัฒน์ องค์เล็ก พระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช 1 ชุด

4. ราชกิจจานุเบกษ เล่ม 10 หน้า 255 - 257 (รศ.112, พ.ศ.2436)
การพระราชพิธีหล่อ พระไชยวัฒน์
- ร.5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า  ให้ตั้งพระราชพิธีหล่อพระไชยวัฒน์  ที่วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ
- เจ้าพนักงานได้จัดการพระอุโบสถพระแท่นมณฑลอย่างน้อย  ประดิษฐานพระไชยวัฒน์ประจำรัชกาลทั้ง 5 องค์ และพระเนาวโลหะองค์หนึ่ง
- หลังพระแท่นมณฑลตั้งพานรองหุ่นพระพุทธรูป(พระชัยวัฒน์องค์เล็ก) ที่จะหล่อใหม่  ริมพระแท่นมีปืนมหาฤกษ์  มหาไชย  มหาจักร์  มหาปราบยุค
- ตั้งเตียงสงฆ์ สวนภาณวาร หน้าประตูอุโบสถตรงพระแท่นมณฑล
- และตั้งกระโจมเทียนไชยหน้าเตียงสงฆ์
- ปลูกประรำที่จะหล่อพระพุทธรูป(พระชัยวัฒน์องค์เล็ก)ที่ชาลาหน้าพระอุโบสถ  มีศาลเทพารักษ์สูงเพียงตาสำหรับโหรบูชาเทพดาทั้ง 4 ทิศ
- วันที่ 19  สิงหาคม รศ.112 พ.ศ.2535 เป็นวันเริ่มการพิธี  พระสงฆ์ 10 รูปเจริญพุทธมนต์ สจิตบริต
- วันที่ 20 สิงหาคม ร.5 เวลาย่ำรุ่งครึ่ง  เสด็จประทับในพระอุโบสถวัดนิเวศน?ืธรรมประวัติ พระสงฆ์ราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย และพระพิธีธรรมรวม 30 รูป
- พระสงฆ์สวดคาถา  เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์ พิณพาทย์พร้อมกัน  พระสงฆ์ในวันนี้มีการผลัดกันสวดพุทธภิเษก  พระราชาคณะนั่งปรกประจำเทียนไชย
- วันที่ 21 เวลาเช้า 4 โมง พระสงฆ์รับพระราชทาฉัน เวลาค่ำเจริญพระพุทธมนต์
- วันที่ 22 พิธีเหมือนวันที่ 21
- วันที่ 23 เวลาเช้า 3 โมงครึ่ง  ร.5  ทรงเททองหล่อพระไขยเนาวโลหองค์ใหญ่ 1 องค์  พระไชเนาวโลหะองค์เล็ก 1 องค์  พระไชยวัฒน์องค์เล็กหล่อ 25 องค์ (สร้างพระชัยวัฒน์ครั้งที่ 3ในสมัย ร.5) และหล่อพระพุทธรูปประจำพระชนม์พรรษาปี 2435 จำนวน 1 องค์
- พระสงฆ์สวยไชยมงคล  เจ้าพนักงานประโคมดุริยดนตรี  และยิงปืนมหาฤกษ์ มหาไชย  มหาจักร์  มหาปราบยุคสลุด 21 นัด
- วันที่ 24 เวลาเช้า 5 โมงเศษเจ้าพนักงานและกรมการกรุงเก่าได้สมโภชพระพุทธรูปที่หล่อใหม่ตามธรรมเนียม
1. พระราชทาน พระไชยวัฒน์แด่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ( ร.6) ทรงสรวมสร้อมทองคำ  มีตลับทองคำลงยาราชาวดี บรรจุพระไชยวัฒน์ 1 ชุด

4. ราชกิจจานุเบกษ เล่ม 11 หน้า 264 (รศ.113, พ.ศ.2437)
การฉลอง พระไชยวัฒน์
- วันที่ 14 พฤศจิกายน รศ.113 พ.ศ.2437 โปรดเกล้าให้จัดการฉลองพระไชยวัฒน์ 26 องค์  ที่หล่อพระราชวังบางปิน  ที่พระที่นั่ง อมรินทร วินิจฉัย  (สร้างพระชัยวัฒน์ครั้งที่ 4ในสมัย ร.5)
- เจ้าหน้าที่ได้เชิญพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 5 และพระชัยวัฒน์ 26 องค์  ขึ้นประดิษฐานบนพระที่นั่งเสวตรฉัตร  ถัดออกมาตั้งพระแท่นมีเทียน 26 เล่ม  เครื่องนมัสการตามธรรมเนียม
- เวลา 4 ทุ่มเศษ พระสงฆ์ 26 รูป เจริญพระพุทธมนต์
- วันที่ 15 พฤษจิกายน ช่วงเข้ามีเลี้ยงพระสงฆ์และเจริญพุทธมนต์
พระราชทาน พระไชยวัฒน์
1. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช 1 องค์
2. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ละองค์
3. และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ละองค์
- ในการนี้มีดอกไม้เพลิงทั้ง 2 เวลา

5. ราชกิจจานุเบกษ เล่ม 14 หน้า 69 (รศ.116, พ.ศ.2440)
พระราชทาน พระไชยวัฒน์ทองคำ (กะไหล่ทอง) องค์เล็ก
- วันที่ 14 เมษายน รศ.116 พ.ศ.2440
- ร.5 ประทับในเรือพระที่นั่งมหาจักรกรี  ทรงพระราชทานพระไชยวัฒน์ทองคำ(กะไหล่ทอง)องค์เล็ก
28. พระองค์เจ้าวุฒิไขยเฉลิมลาภ 1 ชุด
29. พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ 1 ชุด

6. ราชกิจจานุเบกษ เล่ม 15 หน้า 45 (รศ.117, พ.ศ.2441)
พระราชทาน พระไชยวัฒน์ทองคำ (กะไหล่ทอง) องค์เล็ก

- วันที่ 28 เมษายน รศ.117 พ.ศ.2441
- ร.5 เสด็จออกพระที่นั่งจักรกรีมหาประสาท  ทรงพระราชทานพระไชยวัฒน์ทองคำ(กะไหล่ทอง)องค์เล็ก
30. พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสุริยงประยูรพันธ์ 1 ชุด


7. ราชกิจจานุเบกษ เล่ม 16 หน้า 289 (รศ.118, พ.ศ.2442)
พระราชทาน พระไชยวัฒน์ทองคำ (กะไหล่ทอง) องค์เล็ก

- วันที่ 25 สิงหาคม รศ.118 พ.ศ.2442
- ร.5 เสด็จออกพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ทรงพระราชทานพระไชยวัฒน์ทองคำ(กะไหล่ทอง)องค์เล็ก
31. พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารังสิต ประจูร ศักดิ์ 1 ชุด


8. ราชกิจจานุเบกษ เล่ม 17 หน้า 44 (รศ.119, พ.ศ.2443)
พระราชทาน พระไชยวัฒน์ทองคำ (กะไหล่ทอง) องค์เล็ก

- วันที่ 29 เมษายน รศ.119 พ.ศ.2443
- ร.5 ประทับ พลับพลา สวน ดุสิต ทรงพระราชทานพระไชยวัฒน์ทองคำ(กะไหล่ทอง)องค์เล็ก
32. พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าปรีชา 1 ชุด


9. ราชกิจจานุเบกษ เล่ม 17 หน้า 360 (รศ.119, พ.ศ.2443)
พระราชทาน พระไชยวัฒน์ทองคำ (กะไหล่ทอง) องค์เล็ก

- วันที่ 22 กันยายน รศ.119 พ.ศ.2443
- ร.5 เสด็จออกพระที่นั่ง อมรินทร วินิจฉัย ในการพระราชพิธีสารท ทรงพระราชทานพระไชยวัฒน์ทองคำ(กะไหล่ทอง)องค์เล็ก
33. พระวรวงษ์เธอ กรมหมื่นจรัสพรปฏิภาณ 1 ชุด
34. พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าเสรฐวงษ์ วราวัตร์ 1 ชุด



สรุป พระไชยวัฒน์ หรือ พระชัยวัฒน์

สร้างครั้งแรก พระชัยวัฒน์จำนวนการสร้าง 4 องค์
...พระราชทาน 1 องค์ มีอีกจำนวน 3 องค์ไม่ได้บันทึกไว้ในราชกิจจานุเบกษา

สร้างครั้งที่ 2  พ.ศ.2428 พระชัยวัฒน์จำนวนการสร้าง 50 องค์

...พระราชทาน พ.ศ.2428 - 2430  พระราชทาน จำนวน 24 องค์
...พระราชทาน พ.ศ.2434  พระราชทาน จำนวน 2 องค์
...พระราชทาน พ.ศ.2435  พระราชทาน จำนวน 1 องค์

รวมพระราชทานพระไชยวัฒน์เฉพาะการสร้างครั้งที่ 2 จำนวน 27 องค์  มีอีกจำนวน 23 องค์ไม่ได้บันทึกไว้ในราชกิจจานุเบกษา

สร้างครั้งที่ 3  พ.ศ.2436 พระชัยวัฒน์จำนวนการสร้าง 25 องค์
...พระราชทาน พ.ศ.2436   จำนวน 1 องค์  มีอีกจำนวน 24 องค์ไม่ได้บันทึกไว้ในราชกิจจานุเบกษา

สร้างครั้งที่ 4  พ.ศ.2437 พระชัยวัฒน์จำนวนการสร้าง 26 องค์
...พระราชทาน พ.ศ.2437   บุคคลที่ได้รับทุกคนไม่ได้ระบุไว้ว่าผู้ใดได้รับพระไชยวัฒน์ 
***พระราชทาน พ.ศ.2440  พระราชทาน จำนวน 2 ชุด
***พระราชทาน พ.ศ.2441  พระราชทาน จำนวน 1 ชุด
***พระราชทาน พ.ศ.2442  พระราชทาน จำนวน 1 ชุด
***พระราชทาน พ.ศ.2443  พระราชทาน จำนวน 3 ชุด  รวมสองวาระ

รวมพระราชทานพระไชยวัฒน์เฉพาะการสร้างครั้งที่ 4 จำนวน 26 องค์  ไม่สามารถสรุปเป็นจำนวนองค์พระที่ได้พระราชทานรวมกี่องค์ในการสร้างครั้งนี้ได้

ศึกษาพิธีกรรมการสร้างพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 6 เมื่อ 14 มกราคม พ.ศ. 2453 ลิงค์...พระราชพิธีหล่อพระไชยวัฒน์ ประจำรัชกาลที่ 6  และ   ลิงค์...สมโภชพระไชยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 6


--- พระไชยวัฒน์องค์เล็กสร้างในสมัยของ ร.5 ไม่ว่าเป็นเรื่องพิธีกรรมการสร้าง  วัตถุประสงค์การสร้าง  พุทธคุณ  สุดยอดครบทุกเรื่อง  
--- ผู้เขียนขอยกให้เป็น พระชัยวัฒน์องค์เล็ก ที่มีพุทธานุภาพครอบจักรวาล  จัดให้เป็น "พระชัยวัฒน์อีกรุ่นหนึ่งน่าสะสม ที่เคยสร้างขึ้นในประเทศไทย"   
     ///หากใครโชคดีมีในครอบครองเก็บไว้บูชาติดตัวไว้ครับ  
     ///อย่างไปเชื่อพวกเซียนตำรา  ของดีมีน้อย  
     ///สร้างจำนวน 4 ครั้งมีทั้งหมด 105 องค์  
     ///มีพระชัยวัฒน์ที่สร้างในยุค ร.5 จำนวนหนึ่งที่ไม่ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานเก็บไว้ในกรุ...ได้หลุดออกมาสู่ตลาด  
     ///และมีพระชัยวัฒน์ที่โปรดเกล้าพระราชทานให้กับเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงอีกส่วนหนึ่ง
     ///ผู้เขียนมั่นใจว่ามีพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 5 หมุนเวียนอยู่ในตลาดที่คนไม่รู้จักจำนวนหนึ่ง  
     ///หากพบนับว่าโชคดี บุญพาววาสนาส่งอย่าแท้จริง...
     ///ผู้เขียนมีพระไชยวัฒน์กะไหล่ทองสมบูรณ์เพียง 4 องค์   ส่วนอีก 2 องค์กะไหล่ทองไม่สมบูรณ์  พระชุดนี้หวงครับ...หุหุ

พระไชยวัฒน์ ทองคำ (กะไหล่ทอง) องค์เล็ก ประจำรัชการที่ 5 ปางมารวิชัย

พระไชยวัฒน์ ทองคำ (กะไหล่ทอง) องค์เล็ก ประจำรัชการที่ 5 ปางสมาธิ
พระชัยวัฒน์องค์นี้ส่วนตัวห้อยขึ้นคอประจำ
รูปด้านหลัง
 
พระชัยวัฒน์องค์เล็ก ร.5 ปางสมาธิและปางมารวิชัย  กะไหล่ทองที่ชุบบางๆ  ทำปฏิกริยากับน้ำแล้วอากาศ อายุผ่านมาเกิน 100 ปี  ยังพอเห็นร่องรอยของกะไหล่ทองจากองค์จริง





วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

81. องค์พระกริ่งฯมีรัศมีคุ้มครอง 10 กิโลเมตร

ผู้เขียนขอยกเรื่อง "พระธาตุรวมตัว" มาอ้างอิงจากหนังสือ "ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่มที่ 7 พระราชพรหมยานมหาเถระ หลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง  รวมรวมโดย : พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์  สืบสงวน นำมาประกอบเพื่อให้มองเห็นภาพ

     บทความย่อ "สมเด็จองค์ปฐมทรงพระเมตตา ตรัสสอนเรื่องนี้ไว้ดังนี้

4.เรื่องพระธาตุรวมตัว ที่พระ...ท่านสัมผัสได้ว่า แต่ ละองค์มีรัศมีป้องกันเขตพื้นที่ไปในระยะ 10 กิโลเมตรนั้น เป็นความจริง และสมควรที่จักได้กระจัดกระจายไปตามวัด และสถานที่ต่าง ๆ ตามที่สมควร อย่าพะวงว่าเขาทำไม่ได้ทุกอย่าง เป็นไปได้ตามที่พระธาตุเหล่านั้นได้เสด็จมา ตามจุดประสงค์เพื่อรักษาเขตประเทศไทยในยามเกิดสงครามใหญ่โดยเฉพาะ
5.แต่อย่าคิดเชียวนะว่า ผู้มีพระธาตุบูชาจักไม่ตาย เพราะที่สุดในโลกนี้ไม่มีอะไรเหลือ คนหรือสัตว์ วัตถุธาตุพังหมด จักมายึดว่ามีพระธาตุบูชา แล้วจักพ้นความตายไปนั้นไม่ได้ ท่านเพียงแต่ป้องกันอันตรายจากภัยสงคราม ชีวิตหรือทรัพย์สิน หากไม่พ้นกฎของกรรมท่านก็ช่วยได้เท่านั้น แต่ถ้าหากจักต้องชดใช้กฎของกรรม ท่านก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน
6.ภิกษุใด นักบวชใด ที่ไม่เชื่อในพุทธคุณ จงอย่าให้ เพราะเขาไม่เชื่อหรอกว่าเป็นพระธาตุ พวกนี้อวดว่าตนเองมีความรู้ดี ทั้ง ๆ ที่สังโยชน์ 10 ยังอยู่ครบ จะเป็นเหตุให้เขาต้องโทษปรามาสพระรัตนตรัยได้โดยไม่รู้ตัว
7. สำหรับฆราวาสที่เชื่อถือในพุทธคุณ ก็ให้เขาไปบูชาได้ บอกว่ามีอานุภาพป้องกันภัยสงครามเท่านั้นก็พอ

พระกริ่งปวเรศ พิมพ์ "สมบูรณ์พูนสุข" พ.ศ.2394, พ.ศ.2397, พ.ศ.2398, พ.ศ.2399 และพ.ศ.2411  ข้อมูลที่ทราบจากพระฯเบื้องบนสรุปได้ว่ามีรัศมีคุ้มครองเท่ากับพระธาตุ คือ มีรัศมีคุ้มครองภัยพิบัติ ตลอดจนภัยสงคราม  อันเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ระยะ 10 กิโลเมตร

--- ก็ลองเปิดใจออกเป็นกลางในการรับรู้ข้อมูลใหม่ที่ค่อยๆปรากฏขึ้นจากนักปฏิบัติธรรม 
--- จงอย่าเชื่อ (กาลามสูตร) จนกว่าท่านจะได้พิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง   ด้วยการขอบารมีจากพระอริยสงฆ์หรือนักปฏิบัติธรรมที่ท่านรู้จักช่วยสงเคราะห์ตรวจสอบให้ว่าที่ผู้เขียนกล่าวฯเกินจริงหรือไม่?

พระกริ่งปวเรศ พิมพ์ "สมบูรณ์พูนสุข" เป็นพระดีนอกสายตาเซียนตำรามาตลอด  หากใครมีสักองค์แล้วท่านผู้นั้นรับรองว่าจะเมินพระดังมีใบประกาศ...ของเซียนตำราที่ห้อยคอ...
พระกริ่งปวเรศ พิมพ์สมบูรณ์พูนสุข พ.ศ.2394, พ.ศ.2397, พ.ศ.2398, พ.ศ.2399 และ พ.ศ.2411 มีรัศมีคุ้มครองเท่ากับพระธาตุ คือ มีรัศมีคุ้มครองภัยพิบัติ ตลอดจนภัยสงคราม

ภัยพิบัติ   ผู้เขียนขอยกตัวอย่างด้วยภาพ ดังนี้

1. ดิน เช่น แผ่นดินไหว ดินถล่ม โคลนถล่ม ฯลฯ
 
2. น้ำ  




3. ลม

4. ไฟ เกิดจากธรรมาติและมนุษย์สร้างขี้น 

5. ภัยอันเกิดจาก ระเบิดนิวเคลียร์ฯลฯ

ภัยต่างๆที่เกิดขึ้นหากไม่พ้นกฎของกรรมท่านก็ช่วยได้

เพิ่มเติมบทความวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2554
สุดยอดของพระกริ่ง รุ่น "ต้นญาน" เป็นพระกริ่งที่อธิษฐานจิตปลุกเสก โดยหลวงปู่โต วัดระฆัง เมื่อ พ.ศ.2382 มีพลังพุทธานุภาพไร้ขีดจำกัด  
- มีพุทธคุณครบทุกด้าน
- พุทธคุณช่วยสงเคราะห์ผู้ที่มีไว้ครอบครองเกี่ยวกับภัยพิบัตรัศมีไร้ขีดจำกัด คือ ทำให้ผู้ครอบครองรอดพ้นจากภัยฯอัตราย เช่น อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่มีอาหารการกิน(ไม่เกินกว่ากรรม คือ ถ้าถึงที่ตายก็ต้องตาย)  
- หากเป็นพลังพุทธานุภาพรัศมี เช่น 10 กิโลเมตร ผู้มีไว้ครอบครอบอาจจะติดเกาะ หากอาหารไม่พอย่อมทำให้เกิดความลำบากต้องดิ้นรนมากกว่าผู้ที่มีพระกริ่งที่มีพลังพุทธานุภาพไร้ขีดจำกัด 
- ภัยพิบัติต่างๆจะรุนแรงมากขึ้นจากในอดีตจนถึงปัจจุบัน พ.ศ.2554 ภัยที่ไม่เคยเกิดมานานก็จะเกิดขึ้น เช่น ต้นปี มีทั้งร้อนมาก  ฝนตกหนักและหนาวแบบสุดๆ ชนิดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในเดือนมีนาคมเข้าเดือนเมษายนในระยะเวลาสั้นๆ 
- เดือนสิงหาคมถึงเวลานี้ 10 ต.ค.พ.ศ.2 554 ภัยจากอุทกภัย(น้ำท่วม) เดือนร้อนมากถึง 60 จังหวัด  น้ำท่วมจมใต้บาดาลหลายจังหวัด การเดินทางไปภาคเหนือถนนสายหลักถูกตัดขาด นิคมอุตสาหกรรมฯรวมทั้งเขตเศรษฐกิจรับความเสียหาย  ประเมินค่าความเสียหายในรอบนี้หลายแสนล้านบาท มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำตายถึงเวลานี้มีเกือบ 300 คน น้ำท่วมสูงกว่าหลังคาบ้านชั้น 2
- พระเบื้องบน...เตือนส่งสัญญานมาเพิ่มมากขึ้น...ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่องและวัตถุมงคลฯพลังพุทธานุภาพ และอีกหลายๆเรื่องที่เกิดขึ้น  ล้วนแล้วแต่เป็นสัญญานเตือนทั้งสิ้น  
- ใครเชื่อ ใครปฏิบัติ  เมื่อถึงแล้วจะรู้เอง เรื่องเหล่านี้โกหกกันไม่ได้