วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

7. พุทธานุภาพของพระกริ่งปวเรศ พ.ศ.2404 - พ.ศ.2434 ที่ได้อธิฐานจิต ประกอบด้วยเรื่องหลักๆ 22 เรื่อง

พุทธานุภาพของพระกริ่งปวเรศ พ.ศ.2398 - พ.ศ.2434 ที่ได้อธิฐานจิต

1. คงกระพัน : หนังเหนียวไม่แตกง่าย มีดแทงไม่เข้า หรือมีบาดแผลน้อย ทนทานต่อศัสตราวุธ  แต่ยังมีความเจ็บปวดเกิดขึ้น

2. ชาตรี :  ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บเลย  ทำให้ของหนักต่างๆที่จะมากระทบตัวจะเบาไปหมด นะจังงัง ยิง ฟัน แทงไม่เข้า

3.  แคล้วคลาด: เป็นวิชาที่เหนือกว่าวิชาคงกระพันและวิชาชาตรี  แม้มีคนมุ่งร้ายหมาย  จะทำอันตรายก็มิอาจจะทำอันตรายได้ เป็นแคล้วคลาดทุกครั้งไป คือไม่เจอ  ไม่โดน และไม่เจ็บ ถึงแม้จะสู้กันซึ่งหน้า ไม่ว่าจะเป็นยิงหรือฟันจะหลบเลี่ยงหลุดรอดได้ทุกครั้ง  โดยฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถทำอันตรายได้ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

4. มหาอำนาจ : เมื่อจะไปในสถานที่ใด คนเกรงขาม มีตะบะเดชะมาก เป็น มีอำนาจดังราชสีห์ เดินป่าป้องกันสัตว์ร้าย 

5. มหาอุด :  ใช้กันปืน เมื่อครั้งมีเหตุให้โดยปืนยิง  ที่จะยิงจะยิงไม่ออก  หรือในบางครั้งอาจจะทำให้ปืนแตกคามือของผู้ยิง  หากยิงออกก็ไม่โดน หากโดนก็ไม่เข้า  เป็นต้น

6. มหาระงับ : นะจังงัง ยิง ฟัน แทงไม่เข้า

7. มหาประสาน : รักษาบาดแผลให้ประสานเป็นเนื้อเดียวกัน และยังสามารถใช้ประสานกระดูก
 
8. ช่วยหนุนดวง : ป้องกันอุปัทอันตรายทั้งปวง  กันเสนียด จังไร  เกื้อหนุนดวงที่ตกต่ำให้โดดเด่นขึ้นมาได้  หากดวงดีหนุนให้ดียิ่งๆขึ้นมีชื่อเสียง เป็นเจ้าคน นายคน

9. อาถรรพ์ มนต์ดำ ยาสั่ง : ป้องกันขับไล่สิ่งชั่วร้าย ถอนแก้กระทำย่ำยีต่างๆ คุณไสยทุกอย่าง กันคุณผี คุณคน

10. เมตตามหานิยมขั้นสูงระดับสูง : ทำให้ทุกคนรัก เช่น อาชีพ นักร้อง นักพูด นักเทศน์ วิเศษยิ่งนัก

11. มหาเสน่ห์  เป็นที่รักของ 3 โลก : ไปไหนนำติดตัวไปด้วยทำให้คนรักใคร่ ที่รักชอบแก่คนทั้งหลาย ใครไม่รู้จักก็มารู้จัก รักชอบเป็นมิตรสหาย ประกอบด้วย 1. พรหม เทวดา       2.มนุษย์     3.นรก 

12. โชคลาภ : บันดาลโชคลาภ เจริญด้วยลาภยศสรรเสริญ

13. โภคทรัพย์ : รักษาทรัพย์สมบัติให้เยือกเย็นทรงตัว ร่ำรวยยิ่ง ๆ ขึ้นไป ทำให้เงินพอกพูนเพิ่มขึ้น

14. ดูดทรัพย์ : เรียกเงินเรียกทอง ค้าขายให้มีกำไรดี ร่ำรวยเงินทอง

15. อาถรรพ์ มนต์ดำ ยาสั่ง : ป้องกันขับไล่สิ่งชั่วร้าย กันและแก้คุณไสย

16. กันไฟและขโมย : กันฟ้า กันไฟ กันควัน กันโจรภัย และคุ้มกันสารพัดภัย

17. ป้องกันนิวเคลียร์  อาวุธเคมี : ป้องกันอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธเคมีต่างๆ จากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นแคล้วคลาด

18. กันและแก้สารพัดโรคภัย : ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ กันโรคระบาด กันภูตผีรบกวน ทำน้ำมนต์คลอดบุตรง่าย กันคุณไสยลมเพลมพัด บ้านหรือที่ใดร้ายอยู่ยาก ให้อธิษฐานน้ำมนต์ฝังดินแก้ไขกลับร้ายเป็นดี

19.วิปัสสนา  กรรมฐาน : ช่วยการเจริญพระกรรมฐาน

20.สารพัดนึก : อธิษฐานตามใจปรารถนา (ขอได้ไม่เกินกว่าบุญในอดีตที่เคยสร้างไว้)

21. แก้โรคต่างๆ : อาราธนาบารมีพระฯ ทำน้ำพุทธมนต์หรือ ใช้เป่ารักษาโรคต่างๆให้หายได้

22.ทำน้ำพุทธมนต์ : รักษาสิ่งอัปมงคล คุณไสยอวิชา คุณผี คุณคน รักษาโรคภัยไข้เจ็บ โรคระบาด โรคเวร โรคกรรม สะเดาะเคราะห์-หนุนดวง รักษาการสัมผัสโดนสารของนิวเคลียร์  อาวุธเคมี รักษาแก้พิษ

(เรื่องพุทธนุภาพ และ เกี่ยวกับโรคที่รักษาอยู่ที่กรรมของผู้ได้รับรักษา  ถ้าหากกรรมหนักเป็นเพียงช่วยทุเลาเบาบางลง อันจะต้องประกอบด้วยบุญกุศลในอดีตที่สร้างสั่งสมบารมีเป็นทุนเดิม หากอยู่ในช่วงของบุญหนุนนำย่อมทำให้ดีมากขึ้น  หากอยู่ในช่วงของกรรมมาส่งผล  ช่วยให้หนักเป็นเบา)



รู้ไว้ใช่ว่า...


ในมหาปณิธานสูตร ในหัวข้อ 6 บุคคลใดได้บูชาพระกริ่ง สร้างพระกริ่ง ประกาศพระนามแห่งพระกริ่งหรือพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต บุคคลนั้นจะมีมหาบุญมหาบารมีอันยิ่งใหญ่ ประกอบสัมมาอาชีพประสบความสำเร็จ มีความมั่นคง เป็นที่พึ่งแก่บริวารและบริษัททั้งหลาย ดังนั้นท่านที่ได้รับรู้เรื่องราวของพระกริ่งควรจะมีโอกาสได้ครอบครอง พระกริ่งที่สร้างโดยเจตนาบริสุทธิ์ ที่ไม่ได้สร้างโดยวัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง หรือมีนายทุนอยู่เบื้องหลัง

บารมีแห่งพระกริ่งนั้น ผู้ใดได้บูชาจะทำให้ผู้นั้นเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปราศจากภัยทีฑาไม่ฝันร้าย ศัตราวุธ สัตว์ร้าย โจรภัย ยาพิษ โรคภัยทั้งหลายทำอันตรายมิได้

พระคาถาบูชาพระกริ่งฯ  นะโม ภะคะวะเต ไภษัชยคุรุ ไวทูรย ปะระภาราชายะ ตะถาคะตะยาระ สะมะยะกะ สะมะพุทธะ ทายะโอมะ ไภเษชะยะ ไภเษชะยะ สะมุทระ สะมุทระ คะเตสะวาหะ” 


พิธีมหาพุทธาภิเษกหลวง อันยาวนานและแบบมาราธอน
     พระกริ่งปวเรศ รุ่น 1 รวมไปถึงพระชัยวัฒน์ และพระเครื่องวัตถุมงคลอื่นๆที่เก็บอยู่ในบริเวณเดียวกันทั้งหมด  ตั้งแต่เริ่มพิธีปลุกเสกพระฯ และเมื่อเสร็จพิธีฯนำไปรวบรวมเก็บไว้ในบริเวณที่พลังของการปลุกเสกจากเกจิอาจารย์ต่างๆ มากมายวันเวลาผ่านไปเกินกว่า 100 ปี ได้มีการสร้างพระฯและปลุกเสกทุกปีอีกเกินกว่า 100 ครั้ง
     เพื่อให้เห็นภาพ ยกตัวอย่างดังนี้
  • นำกระดาษถ่ายเอกสาร  ทำการถ่ายเอกสารครั้งที่หนึ่ง  ย่อมได้สิ่งที่ทำการถ่ายเอกสารในแผ่นเอกสาร
  • นำแผ่นกระดาษที่ได้ทำการถ่ายเอกสาร  หน้าเดิมที่ได้ถ่ายเอกสารไว้แล้ว  ทำการถ่ายเอกสารซ้ำ(ปลุกเสกซ้ำๆๆๆๆๆ) อีกมากกว่า 100 ครั้ง
  • แผ่นกระดาษเพียง 1 แผ่น  ผ่านการถ่ายเอกสารทับข้อมูลต่างๆ(การอัดพลังพุทธานุภาพ) ทับซ้ำลงไปแบบมาราธอน  
  • ผู้เขียนถามว่า  ในปัจจุบันมีวัดไหน? ที่มีเกจิอาจารย์เก่งๆ สามารถสร้างพระฯด้วยการอธิฐานจิตปลุกเสกพระฯใน 1 องค์ได้อย่างมาราธอนขณะนี้ 
  • พิธีมหาพุทธาภิเษกทั้งทางด้านพราหมณ์และพุทธ  เกจิอาจารย์มากมายตั้งแต่สมัยโบราณ ปลุกเสกทุกรัชกาล...จนถึงสมัยรัชกาลที่ 9 ปลุกเสกทุกปีๆ ละหลายครั้ง อายุการปลุกเสกเกินกว่า 100 ปี  มีวัตถุมงคลวัดไหนสร้างได้?
         ดังนั้นผู้ทรง "ฌาณ" ทั้งหลายต่างยอมรับว่า มีพุทธานุภาพ "ครอบจักวาล"

บทความกระทู้วันที่ 15 กันยายน 2554
       จากในอดีตเริ่มแรก ที่ผู้เขียนได้พระกริ่งปวเรศมาองค์แรก เป็นพระกริ่งปวเรศ พิมพ์สมบูรณ์พูนสุขที่สร้างในวาระ พ.ศ.2411  
        ผู้เขียนภายหลังได้พบอีกจำนวนหนึ่ง  และเมื่อสืบค้นพบว่าพระกริ่งปวเรศ พิมพ์สมบูรณ์พูนสุข  ออกมาสู่ตลาดภายนอกให้คนที่มีบุญได้ชื่นชมบารมี  แต่น่าเสียดายในเวลานั้นคนที่รู้จริงมีน้อยมาก แอบเก็บอย่างเงียบๆ
        จึงได้อธิษฐานจิตขอพระเบื้องบนได้สงเคราะห์  เปิดเผยข้อมูลเพื่อให้คนที่(ฝัน)อยากได้  จะได้เติมเต็ม  และได้เผยแผ่เรื่องจริงที่คนอื่นๆที่ต่างหลงเชื่อ พวกเสี่้ยนเขียนตำรา  หลอกให้พวกหนอนตำราเชื่อเป็นตุเป็นตะ  ว่ามีของจริงไม่กี่องค์  จากหลักหน่วย  เพิ่มเป็นสิบกว่าองค์  แล้วก็เพิ่มเป็นสามสิบกว่าองค์  ซึ่งในจำนวนนี้ที่ผู้เขียนสัมผัสได้ต่างเป็นของปลอมเกินสิบองค์  และภายหลังเริ่มกลับลำว่ามีมากถึง 80 กว่าองค์
         ล่าสุด  มีเซียนขาใหญ่ของห้างฯดัง  พูดกับคนใกล้ชิด  ตนเองยอมรับว่าพระกริ่งปวเรศ มีมากจริง  แต่ตนเองชอบความงดงามของพิมพ์ที่อยู่ในเก๋งจีนของวัดบวรฯมากกว่า พิมพ์สมบูรณ์พูนสุขที่ผู้เขียนได้ตั้งชื่อไว้  หากใครที่มีความสามารถในการตรวจสอบพลังความแรงของพุทธคุณได้จะทราบว่า  มีพลังพุทธคุณเพียง 5 เท่า  ซึ่งไม่มาก  จากพลังพุทธคุณที่พบมีมากระดับความแรง 10 เท่า  ส่วนที่มีน้อย พลังพุทธคุณระดับความแรง 32 เท่า 64 เท่า และที่หากยากพลังพุทธุคุณระดัง 150 เท่า  ที่พบแรงๆมากพิเศษ 255 เท่า   ส่วนความแรงที่เรียกว่าพลังพุทธนุภาพไร้ขีดจำกัดนี้  เป็นความแรงขั้นสูงสุดมีพุทธคุณครบทุกด้าน  และผู้เขียนเคยพบเฉพาะพระทนต์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขององค์ปัจจุบัน  และกระดูกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในกัปอื่นที่ยังมีหลงเหลือไม่เสื่อมสลายมาถึงยุคนี้
        ส่วนพระกริ่งที่แรงมีพลังพุทธคุณที่ผู้เขียนเอง  ไม่เคยคิดว่าจะมี  ได้พบในพระกริ่ง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 พ.ศ.2382 อธิษฐานจิตโดยสมเด็จโต วัดระฆัง  มีญาติธรรมตั้งชื่อพระกริ่งรู่นนี้ว่า พระกริ่ง ต้นฌาณ มีหลายพิมพ์ด้วยกัน ณ เวลานี้ที่พบมีเพียง 18 องค์  ซึ่งจัดได้ว่าเป็นพระกริ่งที่มีพุทธานุภาพที่แรงที่สุดคือ มีพลังพุทธคุณไร้ขีดจำกัดครอบจักรวาลครบทุกด้าน










วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

6. เครื่อง Energy Dispersive X-ray Fluorescence Spectrometer (EDX-720)

เครื่อง Energy Dispersive X-ray Fluorescence Spectrometer (EDX-720)
เป็นเครื่องมือตั้งโต๊ะประจำที่เหมาะสมสำหรับใช้วิเคราะห์ตรวจสอบชนิดและปริมาณของธาตุโลหะที่ผสมอยู่ในพระเนื้อโลหะชนิดต่างๆ เช่น พระกริ่ง เหรียญ พระพุทธรูปขนาดเล็ก ฯลฯ
คุณสมบัติทั่วไป  เป็นเครื่องตรวจวิเคราะห์หาชนิดและปริมาณของธาตุตามข้อบังคับ RoHS/WEEE และ ELV (Pb, Hg, Cd, Cr, Br)  ด้วยหลักการ Energy Dispersive X-ray Fluorescence โดยไม่ทำลายชิ้นงานและวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว
 คุณลักษณะพิเศษ
- สามารถวิเคราะห์ธาตุได้ตั้งแต่เลขอะตอม 11(Na) จนถึง92(U) ได้อย่างรวดเร็ว 
- ไม่ทำลายและไม่ต้องเตรียมชิ้นงานในการวิเคราะห์ 
 - รูปทรงกะทัดรัด ทันสมัย ด้วยน้ำหนักเพียง 80 กิโลกรัม 
- มี filter 5 ชนิด (Mo, MoNi, Ag, Al, Ti) ช่วยคัดกรองรังสีให้เหมาะสมกับการวิเคราะห์ในแต่ละธาตุ  
 - สามารถถ่ายภาพชิ้นงานลงใน report ได้ด้วย software สรุปผลการวิเคราะห์ได้ภายใน 1 หน้ากระดาษ A4
- สามารถเลือกขนาดพื้นที่วิเคราะห์ได้ด้วย collimators ได้ถึง 4 ขนาด ( 1, 3, 5 และ10 มิลลิเมตร)
- มีชุด turret (Auto sampler) เพื่อความสะดวกในการป้อนชิ้นงานแบบอัตโนมัติ (8 or 16 samples) 
 - มีความไวในการตรวจจับสูง ด้วย High-count-rate circuit
- มีการตัด Back ground ด้วย BG correction function
- มีระบบอัตโนมัติในการเลือก calibration curve สำหรับวิเคราะห์ unknown sample (Automatic Switching calibration curves function)
- มีฟังก์ชั่นในการช่วยลดเวลาวิเคราะห์(Measurement time reduction function) 
อุปกรณ์ประกอบและชุดสารมาตรฐาน(Standard Samples)สำหรับสร้างWorking Curve มีให้เลือกได้หลากหลายวัสดุ ดังนี้

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

5. ประวัติสมเด็จองค์ปฐม

ประวัติสมเด็จองค์ปฐม

สมเด็จองค์ปฐม ก็คือพระพุทธเจ้าองค์แรกหรือองค์ที่ 1 เรียกว่า องค์ปฐม

สมเด็จองค์ปฐมทรงพระ นามว่า สมเด็จพระพุทธสิกขีที่ 1แต่พระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ผ่านไปแล้ว อาจจะมีชื่อซ้ำกันก็ได้ โดยเฉพาะ ชื่อนี้มีด้วยกันถึง 5 พระองค์ จึงเรียกขานกันว่าเป็น สมเด็จพระพุทธสิกขีที่ 1” พระองค์จึงทรงเป็นต้นพระวงศ์ ของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ จึงสมควรยกย่องพระองค์ว่าทรงเป็น สมเด็จองค์ปฐมบรมครู"

ครั้งหนึ่ง พระพุทธองค์เสด็จมาเล่าให้หลวงพ่อฟังที่บ้านสายลมว่า สมัยที่พระองค์ทรงอุบัติในโลกมนุษย์ ในเวลานั้นคนมีอายุขัย ประมาณ 8 หมื่นปี พระองค์เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์เมื่อพระชนมายุได้ 4 หมื่นปีหลังจากทรงผนวชแล้วเป็นเวลาอีก 2 หมื่นปี จึงได้ ทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์แรกของโลก พระองค์ทรงสั่งสอนเวไนยสัตว์อีกประมาณ 2 หมื่นปี จึงเสด็จดับขันธปรินิพพาน หลังจากทรงใช้เวลาอันยาวนานถึง 40 อสงไขยกัป ในการบำเพ็ญพระบารมี เพื่อแสวงหาพระโพธิญาณด้วยพระองค์เอง

(จาก ประวัติการสร้างสมเด็จองค์ปฐมวัดท่าซุง)

พระพุทธเจ้าแบ่งตามกัปป์ โดยการนับอสงไขยในที่นี้ จะนับอสงไขยแรกโดยเริ่มนับจากช่วงเวลาที่ อดีตชาติของพระโคตมสัมมาสัมพุทธเจ้า เริ่มสร้างบารมี โดยการอธิษฐานในใจต่อหน้าพระพักตร์ของพระสัมมาพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก จะมีพระพุทธเจ้าในอดีตดังต่อไปนี้
  • กัปแรกในต้นอสงไขยที่ 17 เป็นสารมณฑกัป คือ กัปที่มีพระพุทธเจ้า 4 พระองค์[1]
4.      พระทีปังกรพุทธเจ้า
  • กัปหนึ่งในอสงไขยที่ 18 เป็นสารกัป คือ กัปที่มีพระพุทธเจ้า 1 พระองค์
  • กัปหนึ่งในอสงไขยที่ 19 เป็นสารมณฑกัป คือ กัปที่มีพระพุทธเจ้า 4 พระองค์
1.      พระสุมังคละสัมมาสัมพุทธเจ้า
2.      พระสุมนะสัมมาสัมพุทธเจ้า
3.      พระเรวตะสัมมาสัมพุทธเจ้า
4.      พระโสภิตะสัมมาสัมพุทธเจ้า
  • กัปหนึ่งในอสงไขยที่ 20 เป็นสารวรกัป คือ กัปที่มีพระพุทธเจ้า 3 พระองค์
1.      สมเด็จพระอโนมทัสสีสัมพุทธเจ้า
2.      สมเด้จพระปทุมะสัมพุทธเจ้า
3.      สมเด็จพระนารทะสัมพุทธเจ้า
  • ช่วงเศษแสนมหากัป ของ อสงไขยปัจจุบัน
1.      กัปหนึ่งมีพระพุทธเจ้า 1 พระองค์. บางตำราว่าเป็นมัณฑกัป บางตำราก็ว่าเป็นสารกัป.
1.      พระปทุมมุตระพุทธเจ้า
2.      สูญกัป (กัปที่ไม่มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น) 30,000 กัป
3.      มัณฑกัป คือ มีพระพุทธเจ้า 2 พระองค์
1.      พระสุเมธสัมมาสัมพุทธเจ้า
2.      พระสุชาตะสัมมาสัมพุทธเจ้า
4.      สูญกัป 60,000 กัป
5.      วรกัป คือ มีพระพุทธเจ้า 3 พระองค์
1.      พระปียทัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า
2.      พระอัตถทัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า
3.      พระธรรมทัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า
6.      สูญกัป 24 กัป
7.      สารกัป คือ มีพระพุทธเจ้า 1 พระองค์
1.      พระสิทธัตถะสัมมาสัมพุทธเจ้า
8.      สูญกัป 1 กัป
9.      มัณฑกัป คือ มีพระพุทธเจ้า 2 พระองค์
1.      พระติสสะสัมมาสัมพุทธเจ้า
2.      พระมหาปุสสะสัมมาสัมพุทธเจ้า
10.    สารกัป คือ มีพระพุทธเจ้า 1 พระองค์
1.      พระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า
11.    สูญกัป 60 กัป
12.    มัณฑกัป คือ มีพระพุทธเจ้า 2 พระองค์
1.      พระสิขีสัมมาสัมพุทธเจ้า
2.      พระเวสสภูสัมมาสัมพุทธเจ้า
13.    สูญกัป 30 กัป
14.    กัปปัจจุบัน เป็น ภัทรกัป คือ มีพระพุทธเจ้า 5 พระองค์
1.      พระกกุสันธะสัมมาสัมพุทธเจ้า
2.      พระโกนาคมสัมมาสัมพุทธเจ้า
3.      พระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า
4.      พระศรีศากยมุนีโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน 80 ปีก่อนพุทธกาล)
5.      พระศรีอริยเมตไตรยสัมพุทธเจ้า (อนาคต พุทธศักราช 5,000 เป็นต้นไป)
15.    สูญกัป 1 อสงไขย
16.    มัณฑกัป คือ มีพระพุทธเจ้า 2 พระองค์
1.      พระรามะสัมมาสัมพุทธเจ้า
2.      พระธรรมราชาสัมพุทธเจ้า
17.    สารกัป คือ มีพระพุทธเจ้า 1 พระองค์
1.      พระธรรมสามีสัมมาสัมพุทธเจ้า