วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

86. พระ...นอกตาเซียนตำรา...

พระดีนอกตาเซียน  ผู้เขียนขอแนะนำ  ราคาย่อมเยา  พุทธคุณสุดบรรยาย  ดีจริงจึงบอกเพื่่อน...

องค์ที่ 1  พระกริ่งเนื้อผงสีดำ วาระการสร้าง พ.ศ.2404

- วาระการสร้าง ปี พ.ศ.2404  สร้างที่วัดระฆัง  เม็ดกริ่งเหล็กไหล  มีพุทธานุภาพแรงกว่าพระกริ่งปวเรศ พิมพ์สมบูรณ์พูนสุข หน้าผากหมุดทองคำ และก้นทองคำยันต์พุทธซ้อนที่สร้างใน พ.ศ.2411
- ผู้เขียนมีเพียง 1 องค์  พบจากแผงพระ...เหมือนกับพระ...เบื้องบนท่านมาวางไว้ให้  ราคาองค์ละ 15 บาท   ใครมีครอบครอง  ขอชมบารมี  ถ้าหากมีมากขอแบ่งหน่อยครับ
- องค์นี้ได้มาหลายเดือนก่อน เขย่ายังไงก็ไม่ได้ยินเสียงกริ่ง  เมื่อวันที่ 5 กรกฏาคม 2554  ผู้เขียนได้ขอพระ...เบื้องบนทดสอบพุทธานุภาพที่อธิฐานในองค์พระกริ่งฯขอแบบแรงสุดๆ  ผลปรากฏว่าเม็ดกริ่งสั่นจนกระทั้งหลุดได้ยินชัดเจนอยู่ภายใน  และปัจจุบันนำมาเขย่าจะได้ยินเสียงกริ่ง
- สังเกตุสักนิต  บริเวณด้านหลังองค์พระมุมกลีบบัวบนจะเห็นก้อนสีขาวๆ สีขาวนั้นเป็นผงวิเศษ 5 ประการของปูโต...ที่มีผู้เขียนกล่าวไว้ดังนี้
ผงปถมัง  เป็นผงเริ่มต้น  นำดินสอผงวิเศษมาเขียนสูตร และลบออก  เป็นผงปถมังมีอานุภาพ หลายด้าน แต่หนักไปทาง คงกรพันชาตรี มหาอุด แคล้วคลาด กำบังล่องหนและป้องกันภูตผีปีศาจและคุณไสย
ผงอธิเจ  นำผงปถมังมาปั้นเป็นดินสอ แล้วเขียนสูตร ลบผงเป็นผงอธิเจ มีอานุภาพด้านเมตตามหานิยมอย่างสูงรักษาโรคภัยไข้เจ็บ
ผงมหาราช นำผงอธิเจ มาปั้นเป็นดินสอ แล้วเขียนสูตร ลบผง เป็นผงมหาราช มีอานุภาพด้านเมตตามหานิยมอย่าสูงป้องกัน และถอนคุณไสย และแคล้วคลาด
ผงพุทธคุณ นำผงมหาราช  มาปั้นเป็นดินสอ แล้วเขียนสูตร ลบผงเกี่ยวกับพุทธคุณนานาประการ ให้อานุภาพด้านเมตตามหานิยม อย่างสูง กำบัง สะเดาะ และล่องหน
ผงตรีนิสังเห นำผงมหาราช  มาปั้นเป็นดินสอ แล้วเขียนสูตร ลบผงเกี่ยวกับยันตร์ตรีนิสิงเหหรือยันตร์นารายณ์ถอดรูป แล้วมียันต์ พระควัมบดี และยันต์ตราพระสีห์  อานุภาพด้าน เมตตามหานิยม  ป้องกันถอนคุณไสย และภูตผี ป้องกันสัตว์เขี้ยวเล็บงา รักษาโรค อุบัติภัยอันตรายทั้งปวง


คาถาการปลุกเสกพระที่สมเด็จฯโต อธิษฐานจิต
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตรัสถามเจ้าพระคุณว่าพระเครื่องของหลวงพี่ปลุกเสกด้วยคาถาใด จึงได้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก
 เจ้าพระคุณ ตอบว่า  ปลุกเสกด้วยชินบัญชรคาถา  คาถาชินบัญชร ได้อัญเชิญพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ และพระอรหันต์สำคัญมากมาย รวมทั้งอัญเชิญพระสูตรสำคัญ ทั้ง 7 สูตร คือ
1. รัตนสูตร มีคุณวิเศษทางป้องกันภูตผีปีศาจ และโรคระบาด
2. กรณีเมตสูตร มีคุณวิเศษทางมหานิยม ปัดรังควานภูตผีปีศาจ และอำนวยผล สำเร็จในการงาน
3. องคุลีมาลปริตร มีคุณวิเศษช่วยในการคลอดบุตร บำบัดฌรค และสิริมงคล
4. ธชัคสนูตร  ทำใจให้บันเทิง อาจหาญ บำราบภยัยตรายที่เผชิญหน้าให้แคล้วคลาดไป
5. ขันธปริตร  ป้องกันสัตว์เขี้ยวเล็บงาและอรพิษน้อยใหญ่
6. โมรปริตร เป็นผล นิรันตราย แคล้วคลาดจาก ศาตราวุธ และภยันตรายทั้งปวง
7. อาฎานาฏิยปริตร ป้องกันภูติพราย อมนุษย์ และคุณไสยทั้งปวง


องค์ที่ 2  พระกริ่งเนื้อผงสีขาว แบบเนื้อสมเด็จ วาระการสร้าง พ.ศ.2411


- วาระการสร้าง ปี พ.ศ.2411  ไม่มีเสียงกริ่ง  องค์นี้เจ้าของแผงพระ...คุยให้ฟังว่าติดกับพระองค์ใหญ่หลุดออกมา  ส่วนพระองค์ใหญ่ไม่เห็น  ไม่รู้ไปไหน 


- ผู้เขียนมีเพียง 1 องค์  องค์นี้ขอมาครับ  ฟรี...ไม่จ่ายตัง   เนื่องจากองค์พระมีตำหนิ 
- พุทธคุณครอบจักรวาล  พบเห็นที่ใดให้เก็บ  อย่าปล่อยให้หลุดมือ




องค์ที่ 3 พระสังกัจจายน์...พระโชคลาภ วาระการสร้าง พ.ศ.2411

พระสังกัจจายน์ เป็นพระมีพุทธลักษณะอ้วน พุงพลุ้ย มีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ เป็นหนึ่งในพระสาวกผู้ใหญ่ จัดอยู่ในเอตทัคคะ

- ผู้ใดบูชาผู้นั้นได้ลาภประเสริฐแล
- พระสังกัจจายน์ที่สร้างขึ้นมาเป็นวัตถุมงคล เท่าที่ค้นพบมีมาแต่สมัยเชียงแสน พระสังกัจจายน์ นั่งสองมือประสานอยู่ที่พุง นั่งขัดสมาธิ เป็นศิลปะสมัยเชียงแสน ค่อนข้างจะหายากสักหน่อย มีทั้งเนื้อโลหะ เนื้อผง

- แต่องค์ที่ผู้เขียนนำมาให้ชมเป็นพระสังกัจจายน์ วาระการสร้าง พ.ศ.2411 เป็นวาระเดียวกันกับพระกริ่งปวเรศ สมบูรณ์พูนสุข  เด่นเน้นหนักไปทางด้านสุดยอดมหาโชคลาภ และพุทธานุภาพด้านอื่นครอบจักรวาล
- องค์นี้มีขนาดส่วนสูงน้อยกว่าพระกริ่งปวเรศ พิมพ์สมบูรณ์พูนสุขเล็กน้อย  แต่มีน้ำหนักมากกว่า  เนื้อในเป็นเนื้ออะไรไม่ทราบ(เพราะไม่ได้ตรวจสอบ)  องค์พระทั้งองค์เปียกทองอย่าหนา  และปิดทองคำเปลวทับอีกชั้นหนึ่ง
- ผู้เขียนพบเพียง 2 องค์เท่านั้น  ใครมีไว้ครอบครอง  เก็บเอาไว้ให้ดีครับ  บูชาท่านดีๆ  เก็บเอาไว้เป็นพระประจำตระกูล
- ใครพบเห็นเก็บครับ  ถ้ามีมากขอแบ่งมาบ้าง...หุหุหุ


องค์ที่ 4 พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่สูงประมาณ 4" วาระการสร้าง พ.ศ.2411

- พุทธานุภาพ เท่าที่ผู้เขียนพบ  พระสมเด็จมา  ยกให้เป็นอันดับ 1 ครับเจ้านาย.......
- ราคาย่อมเยาองค์ละ 50 บาท ผู้เขียนพบพิมพ์นี้เพียง 3 องค์เท่านั้น  แต่ของจริงน่าจะมีมากกว่านี้
- ไปไหนมาไหนนิมนต์ท่านไว้ในกระเป๋าถือ หรือ นิมนต์ท่านไว้ในกระเป๋าเสื้อ หรือนิมนต์ท่านประจำห้องพระที่บ้านก็สุดยอดครับ

85. พระกริ่ง พิมพ์ปวเรศ "สมบูรณ์พูนสุข" สร้าง พ.ศ.2411 กับ พ.ศ.2434 เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

ประมาณ 3 - 4 ปีที่ผ่านมา  มีหลายกลุ่มได้พบพระกริ่งปวเรศ พิมพ์"สมบูรณ์พูนสุข"  กลุ่มต่างๆเหล่านี้ค่อยๆเก็บแบบเงียบๆ  ซึ่งภายหลังผู้เขียนได้ทราบ  จึงได้ขออนุญาตพระเบื้องบน...เปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ รับรู้และได้มีส่วนร่วมในการบูชา  ซึ่งเป็นการเปิดเผยแดนสนธยาของพระกริ่งปวเรศซึ่งเปรียบเสมือนอยู่ในแดนสนทยา ให้สาธุชนได้รับทราบ

เริ่มแรกนั้นพระกริ่งปวเรศ พิมพ์ "สมบูรณ์พูนสุข" ที่พบจากการสอบถามพระเบื้องบนของหลายๆกลุ่ม...จะเป็น พระกริ่งฯที่สร้างใน พ.ศ.2434   ภายหลังได้พบพระกริ่งปวเรศ พิมพ์ "สมบูรณ์พูนสุข" ที่สร้าง พ.ศ.2411  ทำให้กลุ่มต่างๆที่ตรวจสอบทางด้านฌาน (ชาน) หรือ สอบถามพระเบื้องบน...ทราบว่า  พระกริ่งปวเรศ พิมพ์"สมบูรณ์พูนสุข" มีวาระการสร้าง 2 พ.ศ. ประกอบด้วย พ.ศ.2411 และ พ.ศ.2434  อีกทั้งยังทำให้ทราบไปถึงองค์อธิฐานจิตและองค์เสก  พร้อมทั้งพุทธนุภาพ...เด่นทางด้านใดในกาลเวลาต่อมานั้นเอง

วาระการสร้าง พระกริ่งปวเรศ พ.ศ.2411 กับ พ.ศ.2434 พระกริ่งฯต่างกันหรือเหมือนกันอย่างไร?

ผู้เขียนขอสรุปสั้นๆ เพื่อจะได้เห็นภาพและข้อเท็จจริง 

กล่าวถึงภาษาไทย  รู้จักม๊ยคำว่า "ยุค"  เช่น ยุคสุขโขทัย  ยุคอยุธยา  ยุครัตนโกสินทร์ เป็นต้น  แต่ทางศาสนาจะไม่เรียกว่า "ยุค"  จะเรียกว่า "กัป"  หากให้เข้าใจง่ายๆคำว่า "กัป" กับคำว่า ยุค มีความหมายเหมือนกัน

ปัจจุบันพุทธศาสนาเป็นยุคของ "ภัทรกัป" พระพุทธเจ้าในภัทรกัป (ช่วงกัปปัจจุบัน) ซึ่งมีน  5 พระองค์ คือ  พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ พระสมณโคดม(พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน)  และพระศรีอาริยเมตไตรย(อนาคต)

เมื่อพุทธศาสนาแบ่งเป็น "กัป" พุทธศาสนานั้นประกอบด้วย "กัป" หลายๆ "กัป" ด้วยกัน  ซึ่ง "กัป" แรกเริ่มนั้นพระพุทธเจ้าองค์แรก  ปัจจุบันนี้  ชาวพุทธส่วนใหญ่จะรู้จักในนาม "สมเด็จองค์ปฐม"   ถ้าใครไม่รู้จักให้หาอ่านได้่จากในอินเตอร์เน๊ต


วาระการสร้าง พระกริ่งปวเรศ พิมพ์ "สมบูรณ์พูนสุข" พ.ศ.2411

- องค์อธิฐานจิตใน ปี พ.ศ.2411 นั้น หลวงปู่เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ทรงอาราธนาสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า "สมเด็จองค์ปฐม"
- เมื่อ "สมเด็จองค์ปฐม" มาทำให้  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมด รวมทั้งพระอรหันต์ทั้งหมด ทุกกัปพุทธทันดรมาช่วยกันทำหมด
- องค์พระกริ่งฯที่เป็นรูปเหมือนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามพระไภษัชยคุรุ  พระองค์ก็ทรงเมตตาอธิษฐานจิตให้ในเรื่องของการรักษาโรคภัยไข้ เช่น น้ำพุทธมนต์เป็นต้น
- พุทธานุภาพ เน้นหนักไปด้าน
     1. สุดยอดมหาเมตตา(เมตตา 3 โลก)
     2. สุดยอดมหาลาภ(โภคทรัพย์)
     3. สุดยอดพุทธานุภาพครอบจักรวาลมีครบทุกด้าน
     4. เม็ดกริ่งเหล็กไหล...

วาระการสร้าง พระกริ่งปวเรศ พิมพ์ "สมบูรณ์พูนสุข" พ.ศ.2434

- องค์อธิฐานจิตใน ปี พ.ศ.2434 นั้น 
- พระเกจิฯ ในยุคนั้น ประกอบด้วย หลวงปู่ฯ กรมพระยาปวเรศฯ  สมเด็จพระพุฒาจารย์ ม.จ.ทัต  หลวงพ่อเงิน หลวงปู่ภู หลวงปูบุญ ฯลฯ

- พุทธานุภาพ เน้นหนักไปด้าน
     1. มหาเมตตา(เมตตาธรรมดา)
     2. มหาลาภ(โภคทรัพย์)
     3. พุทธานุภาพครอบจักรวาลมีครบทุกด้าน
     4. เม็ดกริ่งเหล็กไหล...


ความแตกต่างระหว่างองค์พระกริ่ง พิมพ์ปวเรศ "สมบูรณ์พูนสุข" พ.ศ. 2411 กับ พ.ศ.2434


รูปที่ 1 พระกริ่งปวเรศ พ.ศ.2411

รูปที่ 2 พระกริ่งปวเรศ พ.ศ.2434

--- รูปที่ 1 ซ้ายมือ พระกริ่งฯ สร้างวาระ พ.ศ. 2411  
--- รูปที่ 2 พระกริ่งฯสร้างวาระ พ.ศ.2434  
--- ผู้เขียนเองครั้งหนึ่งครอบครองพระกริ่ง พิมพ์ปวเรศ "สมบูรณ์พูนสุข" ไว้จำนวนหนึ่ง  เพื่อสมาชิกเรียก "เจ้ากรมพระกริ่ง"  ปัจจุบันนี้ที่ไหนมีพบเห็นผู้เขียนเก็บหมด  น่าจะยกฐานะเป็น "เจ้ากระทรวงพระกริ่ง" ได้แล้วกระมัง  ด้วยการเห็นพระกริ่งฯในครอบครองจำนวนมาก  ดูด้วยลูกตา  ผู้เขียนบอกได้แต่เพียง "ยาก" และก็ "ยากมากๆ" ที่จะแยกองค์ไหนสร้างวาระ พ.ศ. 2411 หรือ พ.ศ.2434
--- มองในที่แสงสว่างน้อยๆ  องค์พระกริ่งฯ ที่สร้างใน พ.ศ.2411 วรรณะสีผิวจะดำกว่า พ.ศ.2434 เล็กน้อย  และองค์พระกริ่งที่สร้างในปี พ.ศ. 2434 มีสีผิววรรณะออกอมแดงม่วงมากกว่า  แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่จุดชี้สรุปว่าใช่  เนื่องจากบางองค์โลหะธาตุจะแตกต่างกันเล็กน้อยทำให้มองคล้ายกับสร้างวาระ พ.ศ.2411 ทำให้เข้าใจผิดได้
--- ขนาดรูปร่าง หน้าตา เหมือนกัน แยกไม่ออก  ดังนั้น  การจะแยกว่าองค์ไหนเป็นพิมพ์ พ.ศ. 2411 หรือ พ.ศ. 2434  จำเป็นต้องอาศัยตาใน(ฌาน หรือ สอบถามพระ...เบื้องบน)เท่านั้น

84. เซียนตำรา...ตกม้า(ตาย)

เรื่องที่จะเล่านี้เป็นประสบการณ์ของผู้เขียนโดยตรง  ซึ่งได้เคยคุยให้หลายๆท่านฟัง  มีคนคุยกับผู้เขียนว่า น่าจะนำเรื่องนี้เปิดเผยให้คนที่ยังด้อยประสบการณ์ฺได้เรียนรู้และรับทราบถึงข้อเท็จจริง

เพื่อไม่ให้กระทบถึงคนที่อยู่ในเหตุการณ์  ตัดวงจรการมีปัญหาจึงขอใช้ชื่อนามสมมุติทั้งหมด

เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา  มีกระทาชายนายหนึ่งชื่อ "ช่อ"  โทรศัพท์มาคุยกับผู้เขียน  ขอให้ผู้เขียนช่วยสอบถามพระ...เบื้องบนตรวจสอบพระเครื่องฯที่มีอยู่ว่าใช้ของแท้หรือไม่?

นายช่อมาพร้อมภรรยาสาวสวยคนหนึ่ง  ขนพระฯชนิดแทบจะยกตู้พระ(ห้องพระ)กันมาเลยทีเดียว  มีอยู่ช่วงหนึ่งนายช่อถามว่า

นายช่อ: อาจารย์ครับ  พระสมเด็จองค์นี้ดีม๊ย?
ผู้เขียน:  รับพระฯ นำมาส่องกล้อง พลิกไป พลิกมา  สักพักผู้เขียนสอบถามพระ...แล้วบอกว่า "เก๊"
นายช่อ:  อาจารย์ผมเช่า(ซื้อ)มามีใบรับประกันนะครับ  ติดรังวัลที่ 1  
ผู้เขียน: ไหนดูซิที่ไหน?  รับมาราคากี่บาท?
นายช่อ:  นี่ครับ  ใบเซอร์...  ผมเช่ามาจากสนามหลวงราคา พระพร้อมใบเซอร์ 500 บาท
ผู้เขียน: นึกในใจ "ให้มันได้อย่างนั้น" รู้ว่าเป็นของเก๊  ก็ยังเอามาถาม  เอาบ้ากับมังหน่อย ผู้เขียนได้สอบถามพระเบื้องบน แล้วพูดว่า "ใบ...ก็เก้"  ของแท้มีใครโง่มาปล่อยราคา 500 บาท

ในวันนั้นตรวจสอบพระไปหลายสิบองค์  วันเวลาผ่านไปเหมือนนิยาย  และไม่กี่วันถัดมา  นายช่อ ได้โทรศัพท์คุยกับผู้เขียนได้พยายามขายพระให้กับเซียนตามห้างฯดังต่างๆหลายที่  แต่ไม่ประสบความสำเร็จ  นายช่อได้นัดผู้เขียน 3 ครั้งและก็ผิดนัดทั้ง 3 วัน  จึงได้โทรมาขัดนัดเพื่อขอให้ตรวจพระให้ใหม่อีกรอบหนึ่งในครั้งที่ 4 ผู้เขียนจึงบอกให้มาที่ทำงานก็แล้วกัน  (เบื่อคนผิดนัด)

นายช่อมาถึง  นั่งคุยกันไปได้สักพักหนึ่ง  คุยด้วยความภาคภูมิใจว่า ได้ไปพบใครบ้าง  และปล่อยพระไปให้กับใครบ้าง  ที่น่าสนใจมีดังนี้

นายช่อ : อาจารย์ผมไปหาเซียนชื่อ...เขียนหนังสือพระสมเด็จขายหลายเล่ม...

ผู้เขียน:  "ไม่รู้จัก" หุหุหุ
นายช่อ :  มีชื่อเสียงคนรู้จักกันเยอะ...เขารับตรวจพระให้ด้วย  ผมได้เอาองค์ที่ให้อาจารย์ช่วยตรวจให้ไปสอบถาม 
ผู้เขียน :   องค์ไหนมีเยอะเต็มไปหมด
นายช่้อ :  พระสมเด็จองค์ที่มีใบเซอร์... เช่า(ซื้อ)มา 500 บาท  อาจารย์จำได้ม๊ย?
ผู้เขียน :  จำได้  แล้วยังไงต่อ
นายช่อ : ผมหยิบพระส่งให้แล้วเขาก็ตรวจเอากล้องมาส่อง  
เซียนตำรา: พูดว่าพิมพ์เหมือนนะ  เนื้ออ่อนไปหน่อย  เอ๋รู้สึกว่าผมจะมีองค์หนึ่ง  จึงหยิบพระจากอกเสื้อขึ้นมา  แล้วพูดว่าพิมพ์เหมือนกัน แต่เนื้ออ่อนไปนิด  พร้อมทั้งพูดว่า "น้องปล่อยเท่าไหร่?"
นายช่อ:  พูดว่าเรื่องราคาไม่สันทัด  ราคาองค์นี้เหมาะสมเท่าไรครับ
เซียนตำรา : สงสัยคิดในใจหวานหมูละ  "น้อง พี่ให้ 4 หมื่นบาท" 
นายช่อ:  พูดว่า  องค์นี้มีใบเซอร์...ด้วยนะครับ
เซียนตำรา: ใบก็ทำปลอมได้
นายช่อ: "องค์นี้ของผมเองรับมาไม่แพง  ตกลงครับ" 

เรื่องนี้ทำให้ทราบ 2 เรื่อง
---เป็นข้อเตือนใจให้รู้ว่า  เซียนตำรา  ยังไงก็คือเซียนตำรา เมื่อมีตำราเป็นของเก๊  เหตุไฉนจะไม่เล่นตามตำราที่เก๊ เป็นของแท้  และของแท้ก็จะเป็นของเก๊
---ราคาพระสมเด็จที่ว่าแพงๆ เมื่อไม่ใช่ บินลาเดน ราคามังก็อยู่ประมาณนี้ละครับเจ้านาย  เพราะว่าของจริงมีเป็นล้านองค์