วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

140. พระกริ่งปวเรศ พ.ศ.2394 รุ่นมีฐานพกพาบูชา

พระกริ่งปวเรศ รุ่นนี้ได้มีการสร้างไว้พอสมควร  แต่ที่จะกล่าวนี้เป็นพิมพ์พิเศษคือมีฐานรององค์พระกริ่งปวเรศที่สร้างในวาระ พ.ศ.2394 ดังรูป

รูปที่ 1 ฐานรองรับพระกริ่ง องค์ที่1

รูปที่ 2 ฐานรองรับพระกริ่ง องค์ที่2  มองเปรียบเทียบแล้วงดงามสง่าจริงๆ

รูปที่ 3 - 4  พระกริ่งปวเรศ พ.ศ.2394  องค์ที่ 1 ฐานด้านล่างเชื่อมติดกับก้นพระกริ่ง  สร้างไว้สำหรับวางไว้บูชา  เช่น พกพาเพื่อกราบไหว้เป็นขวัญกำลังใจ (เช่น ในศึกสงคราม)


รูปที่ 5 - 6  พระกริ่งปวเรศ พ.ศ.2394  องค์ที่ 2 ฐานด้านล่าง(ต่างจากองค์ที่ 1 เล็กน้อย) เชื่อมติดกับก้นพระกริ่ง  สร้างไว้สำหรับวางไว้บูชา  เช่น พกพาเพื่อกราบไหว้เป็นขวัญกำลังใจ (เช่น ในศึกสงคราม)
 

รูปที่ 7 - 8  พระกริ่งปวเรศ พ.ศ.2394  ด้านข้างพระกริ่งองค์ที่ 2 ฝีมือช่างสิบหมู่สร้างได้สมส่วนงดงามยิ่งนัก

139. สร้อยประคำเหล็กไหลเก๊-ปลอม

รูปสร้อยประคำเก๊-ปลอม  นั้นผู้เขียนไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้  และก็ไม่อยากที่จะถ่ายเอามาให้ชมเพราะคนทำปลอม  จะแก้ไขต่างจากที่โชร์

เมื่อวันอังคารที่ 20 กันยายน 2554 มีญาติธรรมท่านหนึ่งชื่อคุณสุพจน์  ได้มาสนธนาขอให้ช่วยตรวจสอบว่าสร้อยประคำที่ได้มาเป็นของแท้ใช่สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของสมเ็ด็จโต วัดระฆังหรือไม่?

เส้นแรกที่หยิบมาให้ชม  เป็นเม็ดสร้อยประคำขนาดใหญ่ 3 หุนครึ่ง  ผู้เขียนมองแล้วไม่มีพลัง  อีกทั้งระหว่างที่คุณสุพจน์เดินเข้าใกล้ระยะประชิดตัว  ผู้เขียนเองก็ยังไม่สัมผัสถึงพลังอะไรพิเศษใดๆ

สิ่งที่พบสร้อยประคำเส้นดังกล่าว  ไม่มีภู่สีแดงห้อย   แต่มีเชือกสีแดง(เชือกภู่เก่า)อยู่ที่ยอดประคำยาวประมาณ 1 เซนติเมตร  เมื่อสอบถามทำให้ทราบว่ามาเดิมๆไม่ได้ตบแต่งใดๆ

ผู้เขียนได้อธิษฐานขอพระเมตตาจากพระเบื้องบน...สงเคราะห์...สรุปสร้อยประคำเส้นดังกล่าว เป็นของปลอม  และไม่มีพลังพุทธานุภาพใดๆ (ไม่เคยผ่านพิธีอธิษฐาจิต)

ทีนี้คุณสุพจน์ขนออกมาจากกระเป๋าทั้งถุง  ผู้เขียนให้กำลังใจบอกว่า  ถ้าหากมีปนมาก็นับว่าโชคดี  ผู้เขียนมองและนำมาเรียงบนโต๊ะ  สิ่งที่พบคือสร้อยประคำเส้นเล็กขนาด 2 หุนครึ่ง  มีลักษณะภู่แดงถูกตัดออกเหลือความยาวของเชือกภู่ประมาณ 1 เซนติเมตรทุกๆเส้น  ประกอบด้วยเส้นเล็ก 10 เส้น  และรวมเส้นใหญ่อีก 5 เส้น  รวมทั้งหมด 15 เส้น  ผู้เขียนได้สอบถามพระเบื้องบน...ขอพระเมตตาสงเคราะห์อีกครั้งหนึ่ง  ผลสรุปเป็นสร้อยประคำเก๊ ปลอมทุกๆเส้น

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ  ในสมัยแรกที่ออกมาผู้ครอบครองส่วนใหญ่  คาดหวังว่าจะมีคนสนใจและคิดว่าเป็นสร้อยประคำเหล็กไหล  แต่เก็บไว้ผ่านมาถึงปี 2536  พระกริ่งปวเรศ พิมพ์สมบูรณ์พูนสุขเนื้อทองคำปีนี้เป็นปีที่สร้างหล่อทำเก๊ปลอมเรียนแบบขึ้น  และสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำทั้งหมดได้ถูกการตบแต่งร้อยเชือกใหม่เป็นเส้นเอ็น คนทำไม่ใจดีอย่างเดียว  แต่ยังทำสร้อยประคำเหล็กไหลปลอมขึ้นมาในวาระนี้พร้อมๆกัน กาลเวลาผ่านมา 18 ปี  ผู้เขียนไปพบเข้าได้นำมาบอกกล่าวญาติธรรมผู้ทรงฌาณทั้งหลายเมื่อทราบต่างต้องการเพื่อครอบครองและค้นหา  ผลสรุปแต่ละท่านลงความเห็นว่าของดีแท้แน่นอน ตามรายละเอียดที่ผู้เขียนได้รับข้อมูลจากพระเมตตาสงเคราะห์จากพระเบื้องบน  ทำให้วงการสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่ค้างอยู่ในตลาดหลายสิบปี  ขายดิบขายดี  เมื่อของแท้  ตามลักษณะที่ผู้เขียนสั่งกว้านเก็บทั้งหมดจากตลาดหลักทั่วประเทศ  ทำให้ของเก๊-ปลอมที่ทำรอคอยอยู่ในอดีตได้ถูกนำออกมาพร้อมๆกัน  คนไม่ทราบต่างหยิบกลับบ้านด้วยความดีใจ  ซึ่งผู้เขียนได้กล่าวมาในกระทู้หลายครั้งแล้วว่า  ดูเหมือนแต่ไม่เหมือน  ของเก๊ ของปลอมทำมาจากแม่เหล็ก  ศึกษาแม่เหล็กลำโพงหรือแม่เหล็กกล่องใส่ดินสอครับ  หน้าตา สีแบบนั้นละใช่เลย แม่เหล็ก  ไม่ใช่เหล็กไหล  ส่วนรายละเอียดของเหล็กไหลดูอย่างไร  ต่างกันอย่างไร  ผู้เขียนไม่ขอกล่าวถึง  เพราะเด๊ยวจะพบของปลอมชุดใหม่  พูดได้สั้นๆครับว่า  เหมือนเกือบ 100%  แต่ไม่ใช่ของแท้  เฉพาะผู้เขียนได้พบสร้อยประคำทำเก๊-ปลอม เรียนแบบเกือบร้อยเส้น

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่อธิษฐานจิตโดยสมเด็จโตวัดระฆัง  มีการสร้าง 2 พ.ศ. รวม 6 ครั้ง
สร้างใน พ.ศ.2407 
- ครั้งแรก สร้อยประคำที่สร้างในครั้งนี้ จำนวนการสร้าง 32 เส้น
- ครั้งที่ 2  สร้อยประคำที่สร้างในครั้งนี้ จำนวนการสร้าง ... เส้น
- ครั้งที่ 3  สร้อยประคำที่สร้างในครั้งนี้ จำนวนการสร้าง ... เส้น

สร้างใน พ.ศ.2408
- ครั้งที่ 4  สร้อยประคำที่สร้างในครั้งนี้ จำนวนการสร้าง ... เส้น
- ครั้งที่ 5  สร้อยประคำที่สร้างในครั้งนี้ จำนวนการสร้าง ... เส้น
- ครั้งที่ 6  สร้อยประคำที่สร้างในครั้งนี้ จำนวนการสร้าง ... เส้น

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของหลวงปู่โต  สร้าง พ.ศ. 2407 - พ.ศ.2408 รวมสร้าง 6 ครั้งมีจำนวนมากหลายร้อยเส้น  สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำส่วนหนึ่ง ได้อยู่ในมือของขุนนางระดับพระบรมวงศานุวงศ์และผู้มีส่วนร่วมในการสร้างเม็ดประคำเหล็กไหลไพลดำในอดีต  สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของสมเด็จโตส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดได้รับการบรรจุกรุที่วัดพระแก้วฯ  เมื่อกรุวัดพระแก้วแตกในปี พ.ศ.2524 จึงทำให้สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำได้ถูกนำออกมา  มีจำนวนหนึ่งกระจัดกายจายอยู่ตามสถาานที่ต่างๆทั่วประเทศ(จำนวนเล็กน้อย)  ซึ่งไม่มีใครรู้จักและได้ถูกเก็บไว้จนลืม  จนกระทั่งกลุ่มผู้ทรงฌาณทั้งหลายต้องการครอบครอง  ทำให้ตลาดคึกคักขึ้นมาดังที่ทราบๆกัน

ในปีถัดมา พ.ศ.2409 มีการสร้างเม็ดเหล็กไหลที่ใช้บรรจุไว้ในฐานพระกริ่งฯ  และบรรจุไว้ในองค์พระสมเด็จ ฯลฯ

กล่าวสรุปได้ว่า ของดีของแท้มีพุทธคุณดังรายละเอียดต่างๆ ที่ผู้เขียนได้เขียนไว้ในกระทู้ก่อนหน้านี้  ใครได้ไว้ครอบครองเปรียบดังก่อให้มีอริยทรัพย์ 7 ประการ

      1. ศรัทธา เชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ
      2. ศีล รักษากาย วาจา ให้เรียบร้อย
      3. หิริ ความละอายต่อบาปทุจริต
      4. โอตตัปปะ สะดุ้งกลัวต่อบาปทุจริต
      5. พาหุสัจจะ ความเป็นคนเคยได้ยินได้ฟังมาก คือ ความทรงจำธรรม
    และรู้ศิลปวิทยามาก
      6. จาคะ สละให้ปันสิ่งของ ๆ ตน แก่คนที่ควรให้ปัน
      7. ปัญญา รอบรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์แลไม่เป็นประโยชน์
      อริยทรัพย์ 7 ประการนี้ ดีกว่าทรัพย์ภายนอก เช่น เงินทอง เป็นต้น
    ควรแสวงหาไว้ให้มีในสันดานฯ

(ข้อมูลเรื่อง อริยทรัพย์จาก http://www.skn.ac.th/skl/project/budis79/main36.htm)

เพิ่มเติมข้อมูลบทความ วันที่ 11 ธันวาคม 2554
ในวันนี้ผู้เขียนได้พบในเว็ป  ประกาศให้เช่าประคำเหล็กไหลไพลดำ จากหลายๆที่  ซึ่งล้วนแต่เป็นบุคคลคนเดียวกันได้นำสร้อยประคำฯ ดังรูปมาให้เช่า  ซึ่งผู้เขียนพบว่าเป็นสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของปลอมจึงได้นำรูปมาให้ชมกันว่าสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของปลอมเก๊ มีลักษณะเช่นไร

139110 สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่มีผู้อ้างให้เช่าในเว็ปหลายๆที่เป็นของปลอมมีลักษณะดังรูป  ลักษณะที่ปลอม คือ สมเด็จโต(วัดระฆัง) ไม่ได้ปลุกเสก ไม่มีพลังหรือมีพลังอ่อนๆก็ได้ และหากมองด้วยทิพยจักษุจะมองเห็นว่าไม่มีแสงฉัพพรรณรังสี(ของจริงจะต้องมี)  อีกทั้งหางของเชือกสีแดงเป็นเส้นคู่สองเส้น ลักษณะเชือกหางอย่างนี้เป็นจุดสังเกตุว่าเป็นของปลอม


139111 สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่มีผู้อ้างให้เช่าในเว็ปหลายๆที่เป็นของ ปลอมมีลักษณะดังรูป  ลักษณะที่ปลอม คือ สมเด็จโต(วัดระฆัง) ไม่ได้ปลุกเสก ไม่มีพลังหรือมีพลังอ่อนๆก็ได้ และหากมองด้วยทิพยจักษุจะมองเห็นว่าไม่มีแสงฉัพพรรณรังสี(ของจริงจะต้องมี)  อีกทั้งหางของเชือกที่ร้อยไม่เป็นสีแดงและมีลักษณะเชือกหางอย่างนี้เป็นจุดสังเกตุว่าเป็นของปลอม

ผู้เขียนจึงได้เขียนเพิ่มเติมพร้อมทั้งนำรูปมาลงให้ทราบว่าสร้อยประคำฯลักษณะอย่างนี้ไม่ใช่สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่อธิษฐานจิตโดยสมเด็จโตวัดระฆัง และไม่ใช่สร้อยประคำเหล็กไหลที่สร้างโดยฝีมือช่างสิบหมู่ในสมัยโบราณเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา


วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

138. เป่ายันต์เกราะเพชร 28 พฤศจิกายน 2554

เนื่องด้วยในวันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 เวลา 9.00 ถึง 10.00 น.  จะมีการเป่ายันต์เกราะเพชรให้กับผู้ที่ศรัทธา  และต้องการรับยันต์เกราะเพชร

ลิงก์ความเข้าใจ..........ประวัติความเป็นมาพิธี "เป่ายันต์เกราะเพชร"

ผู้ที่ต้องการรับยันต์เกราะเพชร เวลา 9.00 - 10.00 น. ช่วงเวลาหนึ่งเวลาใดของระยะเวลา 1 ชั่วโมง  ให้ทำดังนี้

1. นั่งรับยันต์เกราะเพชรอยู่ในห้องพระ  หรือ ในสถานที่สะดวก  ไม่มีผู้คนรบกวน (สถานที่ใดก็ได้ - ใช้เวลาไม่นานในการรับเป่ายันต์เกราะเพชร)

2. โน้มจิต "นึก" ถึง พระเบื้องบน...กล่าวอัญเชิญอาราธนาบารมีดูในกระทู้ที่ 136  แล้วกล่าว "มีวัตถุประสงค์ต้องการรับการเป่ายันต์เกราะเพชรจากพุทธองค์  ขอโปรดเมตตาสงเคราะห์ด้วยเถอะ  หลังจากนั้นให้ภาวนา "พุทโธ" ไปด้วย จะสามารถรับ "ยันต์เกราะเพชร" ได้

3. หากต้องการให้วัตถุมงคล หรือ พระบูชาที่ครอบครอง รับยันต์เกราะเพชร  ให้ใช้ผ้าขาววางแล้วนำวัตถุมงคล หรือ พระบูชา วางไว้ด้านบนผ้าขาว จะเป็นบนพื้นหรือบนโต๊ะก็ได้  เมื่อถึงเวลาให้ทำตามข้อ 1 และข้อ 2 พร้อมทั้งบอกวัตถุประสงค์  "ต้องการให้วัตถุมงคล หรือ พระเครื่องที่วางไว้อยู่บนผ้าขาวที่อยู่.....(สถานที่ใด เช่นถ้าทำงานอยู่ก็นึกไปถึงที่บ้านวางไว้บริเวณใด)......เป็นสมบัติของ....(ข้าพเจ้า)...ได้รับการเป่ายันต์เกราะเพชรด้วยเถอะ
หรือ ทำข้อ 2 กับข้อ 3 พร้อมกัน

*** พิธีเป่ายันต์เกราะเพชร  พระเบื้องบน...เมตตาสงเคราะห์  ทำให้ ในเวลาดังกล่าว  หากท่านใดต้องการ ให้ปฏิบัติตามข้อ 1 ถึงข้อ 3  ถ้าหากไม่เชื่อขอให้วางเฉย
*** สำหรับท่านที่สามารถสัมผัสว่าได้รับยันต์เกราะเพชรได้แล้ว  เมื่อพลังหยุด แสดงว่ารับเสร็จเรียบร้อย    ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงเวลา 10.00 น.
*** "พลังพุทธนุภาพของยันต์เกราะเพชร เป็นพลังไร้ขีดจำกัด เท่ากับยันต์เกราะเพชรที่พุทธองค์เคยเป่าให้ที่วัดท่าซุง"