วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

238. พระสมเด็จบรมสุข เนื้อชาดนวหรคุณ

พระสมเด็จ ที่สร้างโดยวังหน้าแท้ๆ  แต่เจ้าประคุณสมเด็จโต วัดระฆัง ปลุกเศก
กระทู้นี้ขอขั้นรายการ พระสมเด็จ ที่สร้างโดย กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ หรือ วังหน้าองค์สุดท้ายของประเทศไทยในสมัย ร.5 ว่ามีลักษณะอย่างไร?

2381001
พระสมเด็จบรมสุข เนื้อชาดวหรคุณ หรือ 
พระสมเด็จวังหน้า เนื้อชาดนวหรคุณ มีวรรณะสีแดงเข้มหรือแดงคล้ำ ผิวละเอียดเรียบและมันได้ง่ายเมื่อนำสำลีเช็ดเบาๆ 

เมื่อใช้แว่นขยายส่องเนื้อ จะพบมวลสารหนึกแน่น วรรณะแดงเข้ม ส่องมุมที่เนื้อพระบิ่น ปรากฏจุดขาวๆของเปลือกหอย จุดสีน้ำตาลของเกสรบัวขาว จุดสีดำ จุดสีเงิน จุดสีทองฯลฯ

2381002
พระสมเด็จบรมสุข หรือ พระสมเด็จวังหน้า อักษรที่เขียนจารึกไว้ด้านหลังองค์พระ ผู้เขียนได้เขียนตามแนว(ใกล้เคียง)กับอักษรเดิม เพื่อให้อ่านง่าย รายละเอียดดังรูป
พระสมเด็จ
บรมสุข 
กรมพระราชวังบวร = กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ หรือ วังหน้า
สร้างฑูลทวาย ร.5
ขึ้นครองราชย์ 
ขรัวโตปลุกเศก
ลาภผล พูนทวี
2411  

  
2381003
เปรียบเทียบ ขนาด
พระสมเด็จบรมสุข(วังหน้า) กับ พระสมเด็จวัดระฆังขนาดทั่วๆไป


จากรายละเอียดต่างๆที่ได้จารึกด้านหลังองค์พระสมเด็จพิมพ์พิเศษ  ที่ผู้เขียนพบสามารถแยกได้ดังนี้
1. มวลสารที่นำมาผสมสร้างเป็นมวลสารชนิดพิเศษกว่าพระสมเด็จเนื้อผงทั่วๆไป
2. องค์พระส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่กว่าพระสมเด็จทั่วๆไป 
3. จารึก วาระการสร้าง
4. จารึก ชื่อผู้สร้าง (นายทุน)
5. จารึก พุทธานุภาพขององค์พระเด่นทางด้านใด เช่น ลาภผล พูนทวี 
6. พระสมเด็จพิมพ์พิเศษจะมีความแรงของพุทธคุณ มีความแรงมากกว่า พระสมเด็จรุ่นทั่วๆไป

พระสมเด็จพิมพ์พิเศษจึงกล่าวได้ว่าสร้างในวาระพิเศษ จึงมีอะไรที่พิเศษๆๆๆ หากพบเห็นที่ใด  ให้เก็บครับ  และนิมนต์ท่านขึ้นคอ


วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

237. พระกริ่งปวเรศ ปกหนังสือ ลานโพธิ์

พระกริ่งปวเรศนั้นหากกล่าว ถึงโค๊ตที่ตอกในองค์พระ  ที่พบเห็นมีหลากหลายแบบ

แต่ละแบบล้วนมีวาระเรื่องราวในการตอก เช่น ขนาดและรูปร่างที่ตอก ตำแหน่งที่ตอก สื่อถึงกลุ่มผู้สร้าง(สมัยนี้เรียกว่านายทุน)  วาระพิธี พ.ศ.ต่างกัน ตอกตำแหน่งต่างกัน ฯลฯ

ในหนังสือหลายๆเล่มมักกล่าวถึง โค๊ตงา หรือโค๊ตที่ตอกด้านหลังบริเวณฐานบัว ว่าเป็นโค๊ตลับ  ใช้ความคิดๆสักนิด  โค๊ตลับจริงหรือว่าคิดไปเอง? ถ้าเป็นของลับ  ต้องไม่มีคนเห็นหรือพบเห็นโค๊ตได้ยาก  แต่นี่ตอกให้เห็นๆ  จะเรียกว่าโค๊ตลับได้อย่างไร?

มีหนังสือพระอยู่ฉบับหนึ่งในอดีต คือ ปกหนังสือ 
ลานโพธิ์ ฉบับ 291 ราคาเล่มละ 7 บาท  ได้แสดงรูปพระกริ่งปวเรศ องค์หนึ่ง  ผู้เขียนจึงนำมาเพื่อประกอบการศึกษาเกี่ยวกับพระกริ่งปวเรศ

2371001
พระกริ่งปวเรศ จากปกหนังสือลานโพธิ์ ฉบับ 291


2371002
พระกริ่งปวเรศ จากหนังสือลานโพธิ์ ฉบับ 291 --- ให้พิจารณาโค๊ตที่ตอกด้านหลัง
ตอกอยู่บริเวณฐานบัวแถวล่าง  ลักษณะตอกปลายแหลมชี้ขึ้นบน และเฉียงไปทางด้านขวามือ  เมื่อก่อนผู้เขียนไม่เคยเห็นของจริง บอกได้แต่เพียงเป็นของแปลก

 2371003
     พระกริ่งปวเรศ ตอกโค๊ตงาฐานบัวแถวล่างปลายแหลมขึ้นบนเฉียงไปทางขวามือ 
     พระกริ่งปวเรศ องค์นี้เป็นพระกริ่งฯองค์ที่ผ่านการเกลาตบแต่ง จึงได้ผ่านการตบแต่งองค์พระกริ่งปวเรศทั้งองค์ เป็นพระกริ่งปวเรศที่สวยที่สุดของประเทศไทยองค์หนึ่งที่ได้พบ

2371004
     พระกริ่งปวเรศ ขยายการตอกโค๊ตงาฐานบัวแถวล่างปลายแหลมขึ้นบนเฉียงไปทางขวามือ



2371005
     แผ่นปิดปิดก้นถ้วยของพระกริ่งปวเรศ  ตอกโค๊ตงาฐานบัวแถวล่างปลายแหลมขึ้นบนเฉียงไปทางขวามือ

พระกริ่งปวเรศ ตอกโค๊ตงาฐานบัวแถวล่างปลายแหลมขึ้นบนเฉียงไปทางขวามือ เป็นพระกริ่งฯที่ในอดีตมีการสร้างจำนวนน้อย เมื่อผู้เขียนได้พบพระกริ่งปวเรศองค์นี้จึงได้ถ่ายรูปภาเพื่อเป็นกรณีศึกษา เรียนรู้เกี่ยวกับพระกริ่งปวเรศที่ได้สร้างไว้ในอดีตที่ผ่านมา 100 กว่าปี

พระกริ่งปวเรศ องค์นี้สร้างในวาระ พ.ศ.2417 โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์  สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วัดบวรนิเวศวิหาร  อธิษฐานจิตปลุกเสก

ถ้าหากจะเรียกให้ถูกต้อง ผู้เขียนเรียกว่า พระกริ่งกรมพระยาปวเรศ



วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

236. พระกริ่งปวเรศ รุ่นผสมเหล็กไหลเปียก

ผู้เขียนได้กล่าวถึง พระกริ่วงปวเรศ หรือ พระกริ่งของสายวังที่สร้างในสมัย รัชกาลที่ 3 ถึง รัชกาลที่ 5 ที่ผ่านๆมาหลายกระทู้  แต่ในกระทู้นี้จะกล่าวถึงพระกริ่งปวเรศรุ่นพิเศษชุดหนึ่ง ที่โลหะธาตุขององค์พระกริ่งได้มีส่วนผสมของเหล็กไหลเปียก

เหล็กไหลเปียกได้ถูกใช้เป็นมวลสารพิเศษที่เป็นส่วนผสมกับโลหะธาตุอีกหลายๆชนิดได้หลอมสร้างอยู่ในองค์พระกริ่งปวเรศชุดนี้  ทำให้องค์พระกริ่งฯเกิดความเย็นและวรรณะสีผิวจะมีความชืนตลอดเวลา  ไม่แห้งเหมือนกับพระกริ่งปวเรศรุ่นอื่นๆที่สร้างแล้วสีผิวจะแห้งสนิท

2361001
ภาพขยายด้านหน้า ความชื้นขององค์พระกริ่งปวเรศที่มีส่วนผสมของเหล็กไหลเปียก คล้ายกับการเกิดตะไคร่น้ำสีเขียวๆ


2361002
ภาพขยายด้านหน้า ความชื้นขององค์พระกริ่งปวเรศที่มีส่วนผสมของเหล็กไหลเปียก คล้ายกับการเกิดตะไคร่น้ำสีเขียวๆ

2361003
พระกริ่งปวเรศ ผสมเหล็กไหลเปียก องค์นี้มีรูปร่าง-ท่าทางต่างๆ กล่าวได้ว่าเป็นองค์ต้นแบบของพระกริ่งปวเรศองค์ที่อยู่ในวัดบวรนิเวศวิหารนำมาเป็นแบบพิมพ์สร้าง

2361004
พระกริ่งปวเรศ ผสมเหล็กไหลเปียก


2361005
พระกริ่งปวเรศ ผสมเหล็กไหลเปียก


2361006
พระกริ่งปวเรศ ผสมเหล็กไหลเปียก

2361007
พระกริ่งปวเรศ ผสมเหล็กไหลเปียก

2361007
พระกริ่งปวเรศ ผสมเหล็กไหลเปียก อายุการสร้างผ่านมามากกว่า 150  ปี อธิษฐานจิตปลุกเสกโดยเจ้าประคุณสมเด็จโต รรณะสีผิวกลับดำ แต่มีสิ่งที่แปลกจากพระกริ่งปวเรศรุ่นอื่นๆ คือ ผิวพรรณขององค์พระเหมือนกับมีความชื้นและคล้ายกับมีตะไคร่น้ำสีเขียวเกาะ จะเก็บไว้ในที่ใดความชุ้มชื้นจะคงมีไม่เปลี่ยนแปลง

 พระกริ่งปวเรศชุดนี้เป็นพระกริ่งปวเรศที่ผู้เขียนเคยเขียนขึ้นกระทู้มาก่อนหน้านี้  มาบัดนี้ผู้เขียนทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า เป็นพระกริ่งปวเรศที่มีส่วนผสมของเหล็กไหลเปียก  จึงได้เขียนเพิ่มข้อมูลเพื่อให้ผู้ที่สนใจศึกษา และผู้ที่มีพระกริ่งปวเรศวรรณะสีผิวลักษณะดังรูปได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติม ว่าพระกริ่งปวเรศรุ่นนี้มีส่วนผสมของเหล็กไหลเปียก  

พระกริ่งปวเรศผสมเหล็กไหลเปียกที่ผู้เขียนพบจำแนกได้ดังนี้
     พระกริ่งฯองค์ใด มีส่วนผสมของเหล็กไหลเปียกมาก จะมีสีเขียว(คล้ายตะไคร่น้ำ)เกิดขึ้นมาก 

     พระกริ่งฯองค์ใด มีส่วนผสมของเหล็กไหลเปียกน้อย จะมีสีเขียว(คล้ายตะไคร่น้ำ)เกิดขึ้น
น้อย

     และผู้เขียนยังได้พบพระกริ่งปวเรศที่มีหน้าหน้าพิมพ์ทรงเหมือนกับพระกริ่งปวเรศที่ผสมเหล็กไหลเปียก แต่ไม่มีส่วนผสมของเหล็กไหลเปียกก็มี  

     ดังนั้นถ้าหากองค์ใดมองแล้วไม่มีความชื้นและไม่เกิดลักษณะสีเขียวคล้ายตะไคร่น้ำ  ให้เข้าใจว่าพระกริ่งฯองค์นั้นไม่มีส่วนผสมของเหล็กไหลเปียก


     และท้ายสุดขอแสดงความยินดีกับญาติธรรมหลายๆท่านที่ได้เป็นเจ้าของครอบครองพระกริ่งปวเรศรุ่นเหล็กไหลเปียก  และพระกริ่งปวเรศเหล็กไหลเปียกชุดนี้ดีอย่างไร ในกระทู้นี้ไม่ขอกล่าวถึง 

     หากกล่าวถึงเหล็กไหลเปียก หรือ เหล็กเปียก ที่ผู้เขียนเคยพบเป็นเหล็กไหลที่หาได้ยากมาก พรรณสัณฐาน สีขาวขุ่นเหมือนตะกั่ว นับเป็น โลหะธาตุที่มีเนื้อเปียกชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา คล้าย ๆ กับน้ำค้างจับเกาะ และมีความเย็น เหล็กไหลเปียกอยู่ในสถานที่ใดก็จะเกิดบรรยากาศเย็นสบาย ถ้าอยู่ใกล้ลูกปืน อาจทำให้กระสุนด้านเพราะการแผ่รังสีความเย็นของเหล็กเปียก สมัยโบราณนิยมใช้เหล็กเปียกประดับไว้ที่ ยอดพระเจดีย์ ป้องกันฟ้าผ่า มีอานุภาพทางหนังเหนียว คงกระพันอาวุธทุกชนิด ดูดพิษร้อน(พลังงานความร้อน) 
             
แต่จะสรุปสั้นๆดังนี้ พระกริ่งปวเรศผสมเหล็กไหลเปียกนี้มีพลังฯ ไร้ขีดจำกัด ครอบจักรวาล