วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

159. สร้อยประคำของฉัน

สร้อยประคำตามแนวคตินิยมของมหายาน (จากรูปสร้อยประคำเหล็กไหล)

ลูกประคำลูกใหญ่สุด, แม่ประคำ หรือ ยอดประคำ หมายถึง พระพุทธเจ้า
ลูกประคำทั้งหมด หมายถึง พระสงฆ์
สายสร้อยคำคำ หมายถึง พระธรรม

สร้อยประคำชั้นสูง ที่ผู้เขียนได้ครอบครองได้รับมอบจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์ พบมีความแตกต่างจากแนวคิดคตินิยมของมหายาน คือ ลูกประคำทั้งหมดเป็น พระพุทธเจ้า

จำนวนลูกประคำที่ถูกต้อง 
ลูกประคำทั่วๆไปจะจากเรียกว่าสร้อยประคำ 108 ลูก แต่ของจริงหากนับจะนับได้ 110 ลูก


สร้อยประคำความเชื่อแต่โบราณมาเป็นของสูง ใช้เพื่อบำเพ็ญเพียรและเจริญภาวนา ไม่ใช่เพื่อเป็นเครื่องประดับ ไม่ควรเปลี่ยนบ่อยๆ     (เปลี่ยนได้ตามสมควร เช่นเก่าแล้วสายร้อยประคำขาด)

ควรจะมีสร้อยประคำเฉพาะตน ไม่ควรใช้ร่วมกับคนอื่น

สร้อยประคำที่พบเห็นทั่วๆไปทำจากวัสดุชนิดต่างๆ  ลูกประคำที่นำมาประกอบเป็นสายสร้อยส่วนใหญ่จะนำวัสดุที่เชื่อว่ามีฤทธิ์และมีความศักดิ์สิทธิ์ของวัสดุประเภทนั้นๆนำำมาทำเป็นเม็ด(ลูก)ประคำ รวมไปถึงวัสดุที่ไม่มีฤทธิ์ เช่น พลาสติก และยังรวมไปถึงของทำเทียมอื่นๆอีกมาก

สร้อยประคำมีทั้งประเภทที่ผ่านพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกและไม่ได้ผ่านพิธีกรรมใดๆ

ประเภทของสร้อยประคำที่หาได้ยากยิ่ง ผู้มีบุญวาสนาเท่านั้นที่จะได้ครบครอง ในกระทู้นี้ผู้เขียนขอกล่าวถึงเฉพาะที่ผู้เขียนได้สัมผัสมาและได้นำมาบำเพ็ญเพียรและเจริญภาวนา    เช่น

ประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่อธิษฐานจิตโดยสมเด็จพุฒจารย์โต พรหมรังสี หรือ หลวงปู่โต วัดระฆัง เมื่อปี พ.ศ.2407 - พ.ศ. 2410

รูปที่ 1 ถึงรูปที่ 3  สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ หลวงปู่โต วัดระฆัง


ความพิศษของเหล็กไหลไพลดำที่เคยกล่าวไว้ใน
กระทู้.คลิก 1......ข้อมูลเกี่ยวกับเหล็กไหล สมเด็จโต
กระทู้ คลิก 2......ข้อมูลเกี่ยวกับเหล็กไหล สมเด็จโต
กระทู้ คลิก 3......ข้อมูลเกี่ยวกับเหล็กไหล สมเด็จโต
กระทู้ คลิก 4......ข้อมูลเกี่ยวกับเหล็กไหล สมเด็จโต

เหล็กไหลไพลดำของสมเด็จโต มี 2 ชนิด
1. ลูกประคำเหล็กไหล ชนิด ดูดติดกันคล้ายกับแม่เหล็ก
2. ลูกประคำเหล็กไหล ชนิด ดูดไม่ติด
         ที่ผู้เขียนพบ ลูกประคำหากเป็นขนาด 2  หุน เกือบทั้งหมดลูกประคำเหล็กไหลเป็นประเภทไม่มีแรงดูดติดกัน  แต่ขนาดลูกประคำ 2 1/2 หุน , 3 หุน และ 3 1/2 หุน ที่พบจะมีลักษณะคล้ายกับแม่เหล็กดูดติดกัน  ยิ่งเม็ดประคำยิ่งใหญ่ยิ่งมีแรงดูดติดกันยิ่งมาก

ผู้เขียนได้ถวายสร้อยประคำเหล็กไหลให้กับพ่อแม่ครูบาอาจารย์จำนวนหนึ่ง  ขณะที่ท่านรับท่านได้ชวนคุยแล้วถามให้ผู้เขียนเล่าให้ฟรี  เมื่อถึงจุดหรือเรื่องที่สำคัญท่านพูดขึ้นโดยมีสาระสำคัญ ขอกล่าวสรุปดังนี้

พ่อแม่ครูบาอาจารย์:  สร้อยประคำนี้ได้จากที่ไหน?
ผู้เขียน:....เล่าไป....เมื่อหยุดเล่า

พ่อแม่ครูบาอาจารย์: สมบัติกลับมาหาเจ้าของเดิม

พ่อแม่ครูบาอาจารย์: สร้อยประคำนี้แปลกดีนะ ดูดติดกัน

ผู้เขียน: เหล็กไหลจะมี 2 ชนิด  ปกติคนทั่วๆจะทราบแต่เพียงเหล็กไหลชนิดที่ดูดไม่ติด  แต่น้อยคนที่ทราบว่ายังมีอีกเหล็กไหลชนิดหนึ่งคล้ายกับแม่เหล็กดูดติดกันได้
พ่อแม่ครูบาอาจารย์: เป็นสร้อยประคำที่แปลกสามารถดูดทรัพย์ได้ด้วยนะ
คุยกับญาติธรรมท่านอื่น  สักครู่หันกลับมา กล่าวว่า
พ่อแม่ครูบาอาจารย์: สร้อยประคำนี้ใช้ๆไปจะเปลี่ยนเป็นสีทอง
ผู้เขียน: ขอกราบเรียนสอบถามว่า ใช้อย่างไรครับ  จึงจะเปลี่ยนเป็นสีทอง  พ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านไม่ตอบ  หันไปสนธนากับญาติธรรมท่านอื่น  สักครู่หันกลับมาถามว่า
พ่อแม่ครูบาอาจารย์: เธอต้องการอะไรในชาตินี้
ผู้เขียน:  นิพพานัง ปรมัง สุขัง 
พ่อแม่ครูบาอาจารย์: พูดสนทนากับญาติธรรมในห้อง  หันกลับมาถามผู้เขียน  สร้อยนี้เมื่อใช้แล้วรู้สึกยังไง
ผู้เขียน:  ได้เล่าถึงอาการที่สัมผัสได้ เช่น พลังพุทธคุณ  ที่วิ่งเข้ามาหาผู้เขียน  อาการคล้ายกับหนังตาหนักๆต้องการนอน  อาการที่สัมผัสถึงความเย็นตั้งแต่ศรีษะมาถึงปลายเท้า ฯลฯ

พ่อแม่ครูบาอาจารย์:  ฉันไม่เอาของเธอฟรีๆ
ผู้เขียน:....???...กำลัง งง

พ่อแม่ครูบาอาจารย์: ท่านพระครูฯ (กล่าวกับพระสงฆ์องค์หนึ่ง) ช่วยไปหยิบ สร้อยประคำเส้นที่วาง...หยิบมาให้ฉันหน่อย
พ่อแม่ครูบาอาจารย์: สร้อยประคำเส้นนี้ ประกอบด้วยเม็ดประคำ 3 ชนิด เม็ดประคำงาช้าง  เม็ดประคำขามโปรงฟ้า  เม็ดประคำพญางิ้วดำ
พ่อแม่ครูบาอาจารย์: มา (เรียกผู้เขียนให้เข้าไปรับสร้อยประคำเส้นดังกล่าว)


ผู้เขียนได้สนทนากับผู้ที่มีได้ตาที่ 3 สองท่าน ได้กล่าวเกี่ยวกับสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของปู่โตไว้ตรงกัน คือ ครั้งแรกที่ผู้เขียนส่งสร้อยประคำให้ ต่างวาระต่างเวลากัน  โดยที่ทั้งสองท่านจะกล่าวเหมือนกันว่า  ทำไมเห็นสร้อยประคำเป็นสีหลายๆสี ผู้เขียนกล่าวเป็น(ฉัพพรรณรังษี)

ผู้เขียนได้สอบถามว่า ณ เวลาที่ผู้เขียนมอบถวายสร้อยประคำให้พ่อแม่ครูบาอาจารย์  เห็นสร้อยประคำเป็นสีอะไร  ญาติธรรมทั้งสองต่างตอบเหมือนกันแต่คนละวาระคนละเวลาว่า  สร้อยประคำเป็นสีทอง (มีรัศมีประกายสีทอง)

รูปที่ 4  สร้อยประคำ 3 ไตรภพ ครูบาอาจารย์มอบให้ผู้เขียน


  รูปที่ 5  สร้อยประคำ 3 ไตรภพ สีขาวทำจากงาช้าง

รูปที่ 6  สร้อยประคำ 3 ไตรภพ ลูกประคำสีดำทำจากไม้พญางิ้วดำ  และลูกประคำออกสีน้ำตาลเข้มลายดำทำจากไม้มะขามโปรงฟ้า(ขามโปรงฟ้า)


เมื่อผู้เขียนได้รับมอบมาแล้วได้สวมไว้ที่คอ  ภายหลังมาทราบว่า
--- สร้อยประคำเส้นนี้ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง) อธิษฐานจิต
--- ผู้เขียนได้ให้น้องที่ได้ตาที่ 3 จับสร้อยประคำแล้วถามว่าเห็นอะไร  เธอกล่าวว่า "เห็นพระพุทธเจ้า"
--- พลังพุทธานุภาพของสร้อยประคำ 3 ไตรภพดังกล่าว มีพลังพุทธานุภาพไร้ขีดจำกัด
--- ผู้เขียนนำมาสวมใส่ภาวนา  จะมีอาการหนักศรีษะ(คล้ายๆมึนๆ) ประมาณ 5 วัน  อาการจึงจะเบาบาง  และทุกครั้งที่สวมใส่ห้อยคอ  จะสัมผัสถึงพลังการกดทับตลอดเวลา


ไม้มะขามโปร่งฟ้า

               เป็นไม้มะขามยืนต้นตายพราย ถือเป็นสิ่งสักสิทธิ์ ต้นมะขามโดยทั่วไปแล้ว ไม่ว่าลำต้น กิ่งก้านจะต้องไม่มีแก่นในตรงกลาง แต่หากว่าในต้นมะขามหนึ่งล้านต้น หรือมากกว่านั้นอาจจะมีสักต้นหนึ่งที่ลำต้น และกิ่งก้านมีแก่นใน ซึ่งเขาเรียกกันว่า แก่นมะขามบูรพาจารย์ท่านจัดให้อยู่ในจำพวกของทนสิทธิ์ชนิดหนึ่ง เป็นของดีวิเศษในตัวเองที่หาได้ยากยิ่ง หากต้นมะขามต้นใดที่มีแก่นกลายเป็นหินยิ่งวิเศษสุดยอดขึ้นไปอีก เพราะนั่นก็คือคด คดแก่นมะขามพลังอานุภาพจะแรงกล้าขึ้นเป็นทวีคูณ โดยเฉพาะถ้าต้น มะขามต้นนั้นเกิดถูกฟ้าผ่า แล้วยืนต้นตายพราย ถือว่าถูกต้องตรงตามตำรา สุดยอดมากเลยทีเดียว ผู้ใดได้ครอบครองจัดว่าเป็นผู้ที่มีวาสนาดี





ไม้งิ้วดำ (พญางิ้วดำ) และคดงิ้วดำ

               ต้นงิ้วดำเป็นต้นไม้ที่มีเทพธิดารักษา เกิดอยู่ในป่าลึก  โดยเฉพาะป่าที่มีอาถรรพ์เร้นลับยากที่มนุษย์จะเข้าไปถึงได้ง่ายๆ เนื้อไม้มีสีดำสนิทแข็งแร่งมาก โบราณจารย์เล่าว่าหลายร้อยปีทีเดียวจึงจะเกิดมีขึ้นสักต้นหนึ่ง จัดเป็นของทนสิทธิ์มหาวิเศษชิ้นดีชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อถึงเวลาอันควรเทพาอารักษ์ที่ปกปักรักษาดูแล จะพลีต้นยืนตายพรายทิ้งไว้ รอผู้ที่มีบุญญาบารมีนำไปทำประโยชน์เพื่อพระศาสนาต่อไป

               ส่วนคดไม้งิ้วดำ  จะเกิดภายในลำต้น  ลักษณะเป็นก้อนสีดำ ดำอมน้ำตาล  มนรีเป็นมันแข็งแกร่งมากเป็นของวิเศษประเภทกายสิทธิ์ซ้อนกายสิทธิ์ที่หาได้ยากเหลือเกิน  เพราะขนาดไม้งิ้วดำของแท้ก็ว่าหายากแล้ว  ยิ่งเป็นคดด้วยแล้วจะทรงคุณเพิ่มขึ้นอีกเป็นทวีคูณทีเดียว  ผู้ใดได้ไว้ต้องถือว่าเป็นบุญวาสนาโดยแท้

               อนุภาพดีเด่นทางมหาอุด คงกระพัน แคล้วคลาด โชคลาภ เมตตามหานิยม ป้องกันคุณไสยมนต์ดำ เตือนภัย กันไฟ กันฟ้า บูรพาจารย์ท่านกล่าวว่าดี ครอบจักรวาล วิเศษดีนักแล...





งาช้าง

               ถือได้ว่าเป็นเครื่องประดับตกแต่งที่มีราคาสูง เป็นของสูง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และยังมีสรรพคุณเป็นยา ปกปักษ์รักษา มีอำนาจบารมี  งาช้าง เป็นสัญลักษณ์ของความริสุทธ์และเป็นมงคล จึงมักจะนำงาช้างคู่ขนาดใหญ่มาประดับโต๊ะหมู่บูชาเพื่อพุทธบูชา

               งายังมีความหมายถึงพลังอำนาจเพิ่มขึ้นในตัวของผู้ที่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของ ช่วยให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรค และมีชัยเหนือศัตรู

               วิธีรับพลังจากงา สวมเครื่องประดับที่ทำจากงา หรือพกพางาแกะสลักในรูปของเครื่องราง



สร้อยประคำมีมากมายหลากหลายสำนัก  ทั้งที่ผ่านพิธีอธิษฐานจิต และไม่ได้ผ่านการอธิษฐานจิต  ชอบอย่างไร  แบบไหน  ท่านทราบหรือไม่  สร้อยประคำดังกล่าว มีพุทธานุภาพเรื่องใดบ้าง  มีความแรงแค่ไหน  ช่วยผู้สวมใส่เกี่ยวกับอะไรได้บ้าง   อย่างน้อยควรจะเป็นสร้อยประคำฯประเภทครอบจักรวาลหากมีไว้ติดตัวถือได้ว่าเป็นมงคลสำหรับท่านและครอบครัว


วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

158. ทิพยจักษุ (ตาทิพย์ ) หรือ ตาที่ 3

ไปพบเว็บหนึ่งมาเขียนได้ใจความดีเกี่ยวกับ ทิพยจักษุ (ตาทิพย์ ) หรือ ตาที่ 3  จึงแนะนำเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นนักปฏิบัติเพื่อให้หลุดพ้น
---   คลิก ลิงค์...เกี่ยวกับเรื่องตาที่ 3


ผู้ที่ได้ทิพยจักษุ  อย่างน้อย เมื่อลืมตามองจะเห็นรัศมีกายทิพย์ของมนุษย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัตชอบ เช่น

- เห็นรัศมีกายของพระอริยเจ้าในระดับต่างๆ เป็นรัศมีสีแตกต่างกัน เช่น สีทอง สีเหลืองเข้ม สีเหลืองอ่อน สีขาวนวล สีเขียวเข้ม สีเขียวอ่อน ฯลฯ

- เห็นรัศมีกายของเจ้ากรรมนายเวรที่มาทวงหนี้หน้าตาดำมืดมัว

- เห็นพระเบื้องบน... เมื่อเวลาที่เสด็จมาโปรด...

- เห็นการทิพย์ของเทพ เทวา ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ

- เห็นนักปฏิบัติธรรมบางท่าน สวมใส่ชุดนางฟ้า ชุดเทวดา ชุดเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ชุดเจ้าหญิง ชุดนักรบ ชุดทหาร ฯลฯ

- เห็นทรัพย์แผ่นดิน เช่น เพชร นิล จินดา แก้ว แหวน ทองคำฯลฯ

- ใช้เป็นสือในการสนทนาธรรมกับพระเบื้องบน เทวดา นางฟ้า ประจำตัว ฯลฯ

- ฯลฯ





 การเขียนกระทู้นี้เพื่อให้ทราบว่าวิชานี้มีจริงเท่านั้น เมื่อเรียนรู้ปฏิบัติ  ถึงแล้วจะรู้ได้ด้วยตนเอง 

หมายเหตุ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านได้กล่าวไว้ว่า  วิชาที่ลักจำเขามาไม่มีการไหว้ครูที่ถูกต้อง วิชาที่ได้จะใช้ได้ไม่ดี

วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

157. การอาราธนาพระเครื่องเพื่อป้องกัน

หากกล่าวถึงพระเครื่องที่เราๆ ท่านๆ มีอยู่มากมาย  มีคนที่ไม่เข้าใจหรือเข้าใจแตกต่างกันมากมาย

การอาราธนาพระเครื่องเพื่อป้องกัน ฯลฯ ที่ผู้เขียนได้สนทนากับ หลวงพ่อ...(อาจารย์) ของผู้เขียนท่านได้ให้ข้อคิดและชี้แนะมา  จึงได้เขียนเพื่อเป็นธรรมทานให้ผู้สนใจได้นำไปปฏิบัติเพื่อรอดพ้นจากภัยต่างๆ  (ผู้เขียนขอสรุปสั้นๆ เพื่อความกระชับ)

วัตถุประสงค์ของการอาราธนาพระเครื่อง...แต่ละคนมีความแตกต่างกัน เช่น


--- เพื่อป้องกันภัยอัตรายฯลฯ
--- เพื่อปกป้องคุ้มครองฯลฯ
--- เพื่อการค้า ฯลฯ
--- เพื่อติดต่อธุระ ฯลฯ
--- เพื่อ.........

เวลาที่เหมาะสมในการอาราธนาพระ...
--- เช้า เช่น ช่วงตื่นนอนใหม่ๆ หรือ นำพระมาห้อยแขวนคอ, ใ่ส่ที่จะพกพาฯลฯ
--- ค่ำ  เช่น  ก่อนนอน  หรือ นำพระออกจากคอ  ฯลฯ


เทคนิคการอาราธนาพระ...
--- การบวงสรวงพระเครื่อง(บูชา)...จะต้องทำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 เวลา เช้า  และ ค่ำ
***** เนื่องมาจากหลายๆคนมักจะหยิบสายสร้อยขึ้นมาคล้องคอแล้วก็ไปไหนมาไหน เพื่อไปทำธุระหลากหลาย  ในบางครั้งเกิดเหตุ...ที่ไม่ดีขึ้น  ไม่ว่าจะลมเพลมพัด  ภัยอันตรายต่างๆ เทพเทวดาอยากจะคุ้มครอง หรือ อยากจะสงเสริม ไม่สามารถที่จะช่วยได้เต็มที่  เนื่องมาจากไม่ได้บวงสรวงบูชาบอกกล่าวท่านฯ
--- การอาราธนาพระ...จะต้องขอบารมีพระเบื้องบน...(รายละเอียดในกระทู้ 136)  ตามด้วยเรื่อง...ที่ต้องการ
***** ขอเมตตาสงเคราะห์ เช่น  เรื่อง ภัยอันตารายจากภัยพิบัติ  การขึ้นโรงขึ้นศาล  โรคระบาด  ทำการค้า ฯลฯ  เรื่องทั้งหลายเหล่านี้จะต้องบอกกล่าวขอ ท่าน... เมตตาสงเคราะห์  เทวาดาที่ดูแลรักษาองค์พระเครื่อง...จะช่วยเหลือได้เต็มที่ (ไม่เกินกว่ากรรม)

การอาราธนา(บูชา, บวงสรวง) พระเครื่อง...พระบูชา...มีเงื่อนไขอย่างไร
--- ต้องการความร่ำรวย  หา พระ...หรือวัตถุ ที่สร้างมา มีพลัง ดูทรัพย์  หรือ เกี่ยวกับโภคทรัพย์
--- ต้องการป้องกันภัยพิบัติ  หาพระ...หรือวัตถุ ที่สร้างมา เพื่อป้องกันภัยพิบัติ
--- ต้องการป้องกันสิ่งอัปมงคล  หาพระ...หรือวัตถุ ที่สร้างมา เพื่อป้องกันสิ่งอัปมงคล
สรุป  ต้องการอะไร...ให้หา พระเครื่อง...หรือวัตถุมงคล  ที่ผู้สร้าง  ผู้อธิษฐานจิต  ได้สร้างอธิษฐานด้านที่ต้องการนำมาบูชา   ข้อสำคัญท่านจะทราบหรือไม่ว่า  พระ...หรือ วัตถุชิ้ันดังกล่าว  มีดีอย่างไร


ยุคนี้เป็นยุคของภัยพิบัติ  โรคระบาด  เศรษฐกิจย่ำแย่
--- ผู้เขียนขอแนะนำ  อย่างน้อยควรมี วัตถุมงคลประเภท  ป้องกันภัยพิบััต  โรคระบาด  ดูดทรัพย์และโภคทรัพย์  และสิ่งที่อาจารย์ของผู้เขียนแนะนำมาอีกเรื่อง คือ เร่งปฏิบัติ...